:::

》บทความพิเศษ

New Southbound Policy。

การเป็นเจ้าบ้านที่ดี สงกรานต์ไทยในไต้หวัน

ไต้หวันจัดงานฉลองสงกรานต์ให้เพื่อนแรงงานไทยเป็นประจำทุกปี สงกรานต์มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่าเคลื่อนย้าย ซึ่งก็เหมือนกับการย่างเข้าสู่ราศีใหม่ เริ่มต้นปีใหม่นั่นเอง

New Southbound Policy。

ฝีมือหัตถกรรม นำแฟชั่นยุคใหม่ Drifter Leather VS Grass Hill Jewelry

ผลงานศิลปหัตถกรรมแต่ละชิ้น เต็มไปด้วยชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์ และส่งมอบความรักเอื้ออาทรผ่านความอบอุ่นจากมือของช่างผู้ประดิษฐ์ผลงาน
Drifter Leather (旅人革製) และ Grass Hill Jewelry (草山金工)
ถือกำเนิดจากการรวมตัวของคนไต้หวันรุ่นใหม่ ที่อาศัยการสร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ มาเป็นตัวชักนำความทรงจำในระดับพันธุกรรมที่ฝังอยู่ภายในส่วนลึกของจิตวิญญาณให้ปรากฏออกมา กระแสนิยมกลิ่นอายของการย้อนอดีตในปัจจุบัน กำลังผลิดอกออกผล ส่องแสงจรัสเรืองรองทั้งในไต้หวันและกำลังขจรขจายเปล่งรัศมีไปทั่วโลกด้วย

New Southbound Policy。

ตากลม ชมทะเล เฝ้ามองพระอาทิตย์ตกดิน เส้นทางปั่นจักรยานชายฝั่งทะเลเหมียวลี่

หากย้อนเวลากลับไปเมื่อปีค.ศ.1922 ที่เส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลเปิดใช้งานเพื่อการขนส่งสินค้าระหว่างภาคเหนือและใต้ ส่งผลให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองเข้าไปสู่เมืองที่ตั้งอยู่ตลอดเส้นทาง แต่เมื่อทางหลวงเปิดใช้งาน การขนส่งสินค้าที่เคยใช้ทางรถไฟจึงถูกแทนที่ด้วยทางหลวง เส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลจึงไม่ได้รับความนิยมอีก แต่เมื่อขบวนรถไฟยังคงวิ่งผ่านวิวทิวทัศน์ระหว่างรวงข้าวในทุ่งนาและคลื่นทะเล รวมถึงสถานีรถไฟไม้โบราณอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี

New Southbound Policy。

แบรนด์ Kamaro’an ฟื้นฟูงานหัตถกรรมจักสานด้วยกกร่ม

นี่คือเรื่องราวเกี่ยวกับงานจักสาน เริ่มต้นจากที่ซูมี ดองกี (Sumi Dongi) ฟื้นฟูนาขั้นบันไดริมชายฝั่ง การฟื้นฟูต้นกกร่มทำให้เธอได้พบกับหลินอี้หรง (林易蓉) ผู้ให้คำปรึกษาด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมในฮัวเหลียนและไถตง จับมือกับหลิวลี่เสียง (劉立祥) และจางหยุนฝาน (張雲帆) นักออกแบบ กลุ่มคนเหล่านี้ได้รวมตัวกันสร้างสรรค์ผลงานโคมไฟกกร่มสาน “Riyar Light” ที่เรียบง่ายแต่ทันสมัย บอกเล่าเรื่องราวผ่านแบรนด์ Kamaro’an

New Southbound Policy。

การปฏิวัติเครื่องแต่งกายสุภาพบุรุษ ความคลาสสิกที่ไม่มีวันจางหาย

เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ.2014 คุณสือหวงเจี๋ย (石煌鄫) ผู้จัดการแบรนด์ “เกาอู๋จี๋” (高梧集) ร้านตัดชุดสูทสำหรับสุภาพบุรุษชื่อดัง ได้ริเริ่มการจัดกิจกรรม Suit Walk ขึ้น โดยใช้ถนนหนทางของกรุงไทเปเป็นเหมือนแคตวอล์กสำหรับการเดินแฟชั่น ทำให้มีเหล่าบุรุษนับร้อยคนมาร่วมกันเดินขบวนไปตามท้องถนน ถือเป็นการเปลี่ยนภาพพจน์ในแบบเดิมๆ ที่ผู้คนทั่วไปมีต่อชุดสูทสำหรับผู้ชายไปอย่างสิ้นเชิง และในกิจกรรมที่จัดขึ้นในปี 2018 มีผู้ที่ชื่นชอบการใส่ชุดสูทมาเข้าร่วมมากกว่า 700 คน

New Southbound Policy。

พลิกโฉมอุตสาหกรรมหัตถศิลป์ไต้หวัน เริ่มจากโรงเรียนศิลปะและหัตถกรรม

ในหนังสือชื่อ Formosa Industrial Art ที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1952 คุณเหยียนสุ่ยหลง (顏水龍) ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งงานหัตถศิลป์ไต้หวัน” ได้กล่าวถึงการนำความงดงามของวัสดุในท้องถิ่นไต้หวันมาออกแบบและสร้างสรรค์ เป็นงานหัตถศิลป์ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน นอกจากสามารถส่งออกไปขายยังต่างประเทศได้แล้ว ยังช่วยสืบสานศิลปหัตถกรรมดั้งเดิม เพิ่มความหลากหลายทางวัฒนธรรม และสร้างประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ ผ่านการผสมผสานกันของศิลปะการออกแบบและความชำนาญด้านศิลปหัตถกรรมของไต้หวันเองอีกด้วย

New Southbound Policy。

อิ่มอร่อยกับอาหารรสเด็ด ท่องเอเชียไปกับหนุมาน

หนุมาน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือพระรามชิงตัวนางสีดากลับคืนจากทศกัณฑ์ใน “มหากาพย์รามายณะ” วรรณคดีร้อยกรองประเภทฉันท์ภาษาสันสกฤตของอินเดีย ถือเป็นตัวละครที่ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รู้จักกันดี พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติสาขาภาคใต้ของไต้หวัน (หรือพิพิธภัณฑ์ภาคใต้) ได้นำเอาหนุมานแปลงโฉมเป็นมาสคอตน่ารัก ซุกซน ขี้เล่น นำพาเด็กๆ ไปรู้จักเครื่องลายคราม ผลิตภัณฑ์สิ่งทออินโดนีเซีย อาหารเวียดนาม และวัฒนธรรม อื่นๆ ของเอเชีย

New Southbound Policy。

การแลกเปลี่ยนตะวันออก-ตะวันตก นวัตกรรมและความยั่งยืน รางวัลถังไพรส์ ครั้งที่ 3 ชื่อเสียงขจรไกล

“ผลสุดท้ายของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในสมัยราชวงศ์ถังและซ่ง คือการแผ่ขยายของพลังแห่งมวลชน” ดร.โยชิโนบุ ชิบะ (Yoshinobu Shiba) เจ้าของรางวัลถังไพรส์ ครั้งที่ 3 สาขาจีนศึกษา กล่าวขณะให้สัมภาษณ์พิเศษกับนิตยสารไต้หวันพาโนรามา พลังของมวลชนไม่เพียงแต่ช่วยสนับสนุนราชวงศ์ถังและซ่งในการต่อต้านการรุกรานของพวกอนารยชน ยังก่อให้เกิดการพัฒนาของอารยธรรมในสมัยราชวงศ์ถังและซ่งอีกด้วย นอกจากนี้ ยังนำชาวจีนรุ่นหนึ่งในมณฑลฝูเจี้ยนย้ายไปต่างประเทศ สร้างคุณูปการของชาวจีนโพ้นทะเลในวันนี้

New Southbound Policy。

การบรรจบพบกันของตะวันตกกับตะวันออก การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านจีนวิทยาระหว่างประเทศ

ณ มุมหนึ่งของสี่แยกถนนจงซานหนานตัดกับถนนซิ่นอี้ ใจกลางกรุงไทเป มีอาคารสีดำสง่างามหลังหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่อย่างเงียบสงบ ต่างจากอนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค (Chiang Kai-shek Memorial Hall) ที่ตั้งอยู่ตรงกันข้ามซึ่งมีเสียงจอแจของผู้คนอยู่ตลอดเวลา ใครจะคิดว่าในอาคารสีดำทะมึนหลังนี้คือสถานที่เก็บรักษาหนังสือโบราณมากมายที่รัฐบาลสาธารณรัฐจีนรวบรวมมาจากสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งประเทศเป็นต้นมา และในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้ยังมีภารกิจสำคัญอีกประการหนึ่งซึ่งก็คือ

New Southbound Policy。

ย้อนอดีตไปกับการท่องเที่ยวฮัวเหลียน หุบเขา จักรยาน และอาคารไม้

ขงจื๊อกล่าวไว้ว่า “ผู้มีปัญญาชอบน้ำ ผู้มีเมตตาชอบขุนเขา” ถือเป็นคำพูดที่เหมาะกับเมืองฮัวเหลียนซึ่งมีถนน 2 สายหลักพาดผ่าน คือสายที่วิ่งเลียบชายฝั่งทะเล และสายที่วิ่งผ่านภูเขา นิตยสารพาโนรามาจึงขอนำเสนอบทความในชุด “ปั่นไปในไต้หวัน” ซึ่งในฉบับนี้ เราเดินทางมาถึงทางหลวงหมายเลข 9 ของไต้หวัน ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างแนวเทือกเขาตอนกลางกับเทือกเขาเลียบชายฝั่ง ดุจดั่งผู้มีเมตตาที่มีจิตใจอันกว้างขวางและยอมรับสรรพสิ่ง ซึ่งก็เหมือนกับหุบเขาฮัวเหลียนกว่า 100 ปีที่ผ่านมา

1 2 3 4 5