:::

บิดาร่วมเป็นสักขีพยานการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับปารากวัยเมื่อ 60 ปีที่แล้ว ปธน.ปารากวัยย้ำ ทำให้อุดมการณ์กลายเป็นความจริง

ปธน.ไช่อิงเหวิน (ขวา) กับปธน.เบนิเตซ (ซ้าย) ลงนามในแถลงการณ์ร่วมระหว่างไต้หวันกับปารากวัยเมื่อวันที่ 8 ต.ค.และร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก (ภาพโดยซุนจ้งต๋า จากสำนักข่าว CNA วันที่ 8 ต.ค.61)

ปธน.ไช่อิงเหวิน (ขวา) กับปธน.เบนิเตซ (ซ้าย) ลงนามในแถลงการณ์ร่วมระหว่างไต้หวันกับปารากวัยเมื่อวันที่ 8 ต.ค.และร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก (ภาพโดยซุนจ้งต๋า จากสำนักข่าว CNA วันที่ 8 ต.ค.61)

วันที่ 8 ตุลาคม 2561
 
(เย่ซู่ผิง จากสำนักข่าว CNA รายงานจากกรุงไทเป) ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน สาธารณรัฐจีนพบปะกับนายมาริโอ อับโด เบนิเตซ (Mario Abdo Benítez) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐปารากวัยเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ผู้นำปารากวัยเผยว่า การเยือนไต้หวันครั้งนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ผูกพันกับไต้หวันเป็นพิเศษ เพราะบิดาเคยร่วมเป็นสักขีพยานการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับปารากวัยเมื่อ 60  ปีที่แล้ว พร้อมแสดงความคาดหวังว่า จะทำให้อุดมการณ์และความฝันกลายเป็นความจริงให้ได้
 
ผู้นำทั้งสองยังได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมระหว่างไต้หวันกับปารากวัยซึ่งระบุว่า ไต้หวันกับปารากวัยจะเปิดศักราชใหม่แห่งความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยจะเน้นเรื่องการส่งเสริมการลงทุน การค้าและโครงสร้างพื้นฐานและจะดำเนินการในระหว่างปี ค.ศ.2018-2023  นับเป็นครั้งแรกที่นายมาริโอ อับโด เบนิเตซเยือนไต้หวันในฐานะประธานาธิบดีปารากวัยและเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกนับจากขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำปารากวัย ปธน.ไช่อิงเหวินได้เลี้ยงอาหารค่ำปธน.ปารากวัยและภริยาที่บ้านพักประธานาธิบดีเมื่อคืนวันที่ 8 ต.ค. ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนของที่ระลึก และปธน.ไช่อิงเหวินได้แชร์ภาพถ่ายลงบนทวิตเตอร์
 
โดยในช่วงเช้าได้มีพิธีต้อนรับผู้นำปารากวัยด้วยกองทหารเกียรติยศ ตามด้วยการจัดพบปะกันระหว่างผู้นำทั้งสองและการลงนามในแถลงการณ์ร่วมระหว่างไต้หวันกับปารากวัย
 
ปธน.ไช่อิงเหวินระบุว่า ไต้หวันกับปารากวัยมีความร่วมมือกันในทุกด้าน อีกทั้งมีความร่วมมือกันระหว่างภาคประชาชนของทั้งสองประเทศ ซึ่งล้วนเป็นความคาดหวังและอุดมการณ์ที่มีร่วมกัน ไต้หวันจะเพิ่มทุนการศึกษาและเพิ่มความร่วมมือด้านฝึกอบรมวิชาชีพและเทคนิคต่างๆ
ให้แก่นักศึกษาปารากวัย อีกทั้งจะเพิ่มโควต้านำเข้าเนื้อวัวจากปารากวัยเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างกัน
 
ผู้นำไต้หวันยังระบุว่า “กรอบความร่วมมือว่าด้วยเศรษฐกิจการค้าระหว่างไต้หวันกับปารากวัย”มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนก.พ.ปีนี้เป็นต้นมา การเดินทางเยือนไต้หวันของผู้นำปารากวัยในครั้งนี้จะถือโอกาสร่วมการประชุมชี้แจงการลงทุนในปารากวัย โดยหวังว่าจะช่วยกระตุ้นให้มีการติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างภาคธุรกิจไต้หวันกับปารากวัยมากขึ้น พร้อมย้ำว่าปีนี้เป็นปีที่ 61 แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับปารากวัย การได้ผู้นำคนใหม่นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ให้แก่ปารากวัย หวังว่าจากการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันของผู้นำทั้งสองประเทศจะช่วยให้ไต้หวันกับปารากวัยมีความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนใหม่ๆ มากขึ้นและมีผลสัมฤทธิ์ใหม่ตามมา
 
ด้านปธน.เบนิเตซแห่งปารากวัยกล่าวขณะปราศรัยว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เดินทางมาเยือนไต้หวันและมีความรู้สึกเหมือนได้กลับมาบ้านของตนเอง เป็นการเยือนไต้หวันครั้งแรกหลังขึ้นเป็นผู้นำปารากวัย แม้ทั้งสองประเทศจะมีระยะทางที่ห่างไกลกันมาก แต่มีประวัติศาสตร์และค่านิยมคล้ายคลึงกัน “ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศตั้งอยู่บนรากฐานของอุดมการณ์เดียวกัน ไม่ใช่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์”
 
ผู้นำปารากวัยยังเปิดเผยว่า การเยือนไต้หวันครั้งนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ผูกพันกับไต้หวันเป็นพิเศษ เพราะบิดาเคยร่วมเป็นสักขีพยานการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับปารากวัยเมื่อ 60  ปีที่แล้ว พร้อมแสดงความคาดหวังว่า จะทำให้อุดมการณ์และความฝันกลายเป็นความจริงให้ได้ ปารากวัยเป็นเพื่อนแท้ของไต้หวัน หวังว่าทั้งสองประเทศจะขยายความสัมพันธ์ระหว่างกันในเชิงลึก เพื่อสร้างความผาสุกให้แก่ประชาชน
 
ทั้งนี้บิดาของปธน.เบนิเตซ เคยเป็นเลขาส่วนตัวของปธน.อัลเฟรดโด สตรอเอสเนอร์ (Alfredo Stroessner) ผู้นำปารากวัยเมื่อ 60 ปีที่แล้ว และเคยติดตามปธน.อัลเฟรดโด สตรอเอสเนอร์เดินทางมาเยือนไต้หวันด้วย
 
เมื่อเดือนส.ค..ที่ผ่านมา ปธน.ไช่อิงเหวิน เดินทางเยือนปารากวัย นายโจวหลิน เอกอัครราชทูตไต้หวันประจำปารากวัยเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่าปธน.เบนิเตซเคยเดินทางเยือนไต้หวันในฐานะสมาชิกรัฐสภาปารากวัยและเกิดความรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก ที่ได้เห็นภาพถ่ายของบิดาที่อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค ภาพแห่งประวัติศาสตร์ทำให้รู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับปารากวัยยาวนานกว่าสองชั่วอายุคน ดังนั้นจะต้องรักษาให้คงอยู่ต่อไป
 
สำหรับแถลงการณ์ร่วมของผู้นำไต้หวันกับปารากวัยครั้งนี้ เป็นการเน้นย้ำถึง ทั้งสองประเทศจะพัฒนาความสัมพันธ์ที่เก่าแก่และยาวนานภายใต้หลักการและค่านิยมของระบอบประชาธิปไตยต่อไป ไต้หวันขอบคุณปารากวัยที่ยืนหยัดสนับสนุนไต้หวันเข้าร่วมองค์กรสากลต่างๆ มาเป็นเวลายาวนาน ขณะที่ปารากวัยขอบคุณไต้หวันที่ช่วยเหลือปารากวัยในด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การเกษตรและปศุสัตว์ รวมถึงการเพาะพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ นับว่ามี
คุณูปการใหญ่หลวงต่อปารากวัย ไต้หวันกับปารากวัยจะเปิดศักราชใหม่แห่งความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยจะเน้นเรื่องการส่งเสริมการลงทุน การค้าและโครงสร้างพื้นฐานและจะดำเนินการในระหว่างปี ค.ศ.2018-2023 (เรียบเรียงโดย หลีซิ่นควัน)