:::

จับตากระแสเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล รับอนาคตธุรกิจสตาร์ทอัพและนวัตกรรมใหม่

จับตากระแสเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล รับอนาคตธุรกิจสตาร์ทอัพและนวัตกรรมใหม่

จับตากระแสเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล รับอนาคตธุรกิจสตาร์ทอัพและนวัตกรรมใหม่

กระทรวงเศรษฐการ 23 ตุลาคม 2561

สำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กระทรวงเศรษฐการ ไต้หวันสาธารณรัฐจีน ร่วมกับสำนักงานวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของฟิลิปปินส์ จัดการประชุม “APEC Policy Dialogue on MSME Marketplace & O2O Forum and Digital Resilience Training Workshop” ระหว่างวันที่ 23-24 ต.ค.นี้ (2561) ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งนอกจากต้องการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ยังเป็นการขานรับหัวข้อการประชุมเอเปกประจำปีนี้ “การสร้างโอกาสอย่างครอบคลุมเพื่อเปิดรับอนาคตทางดิจิทัล” (Harnessing Inclusive Opportunities, Embracing the Digital Future) โดยการประชุมดังกล่าวได้หารือกันถึงประเด็นที่ได้รับความสนใจจากนานาชาติ อาทิ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เศรษฐกิจดิจิทัล O2O (online to offline -Physical and Virtual Channel) พาณิชย์รูปแบบใหม่และความทนทานจากการถูกโจมตีทางดิจิทัล นอกจากนี้ยังใช้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนและแบ่งปันประสบการณ์เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในอนาคต

 

นายเฉินกั๋วเหลียง ผู้อำนวยการสำนักเลขานุการ สำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEA) ของไต้หวันและ Mr. Jerry T. Clavesillas ผู้อำนวยการสำนักงานวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย ของฟิลิปปินส์ ร่วมกันเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม นายเฉินกั๋วเหลียงกล่าวว่า ขอบคุณกลุ่มเศรษฐกิจต่างๆและ “APEC Policy Dialogue on MSME Marketplace & O2O Forum” ที่สนับสนุนการประชุมครั้งนี้ พร้อมระบุว่า ในยุคดิจิทัล การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ได้กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมอย่างพลิกผัน (Disruptive innovation) มากมาย อีกทั้งได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตผู้คน ตลอดจนรูปแบบการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน ดังนั้นเพื่อช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะรับมือกับผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล ไต้หวันได้ร่วมมือกับฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนามและไทย ผลักดันการประชุมสัมมนาภายใต้กรอบ “APEC O2O Forum : Unleash the Potential of SMEs though Digital Transformation for a Shared Future” ซึ่งได้จัดขึ้น 8 ครั้งแล้ว และการประชุมเวิร์กชอปครั้งนี้เป็นการเน้นหารือกันถึงการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลในเชิงลึก

 

สำหรับการประชุมฯ ครั้งนี้ ได้จัดให้มีการแสดงปาฐกถาโดยผู้เชี่ยวชาญ ในหัวข้อที่ต่างกัน 2 รอบ ได้แก่ The Future is Innovation และ Fund the Future โดยจากการเสวนาเกี่ยวกับนโยบายของหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชน ช่วยให้รับรู้ถึงโอกาสและความก้าวหน้าทางดิจิทัลของ MSMEs รวมถึงโอกาสและความท้าทายในตลาดโลก โดยหวังว่าจะนำพา MSMEs ใช้การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล มาสร้างโอกาสและเชื่อมโยงกับตลาดโลกเพื่อขยายฐานธุรกิจทางดิจิทัล นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีการแสดงผลงานและแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินธุรกิจภายใต้รูปแบบ O2O และการขยายตลาดสู่สากลของธุรกิจสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดย Mr. Volker Heistermann ผู้จัดการทั่วไปของ Yushan Ventures (United States) และ11 สตาร์ทอัพที่มีผลงานโดดเด่นจากประเทศต่างๆ อาทิ ไต้หวัน ไทย มาเลเซีย รัสเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และชิลี ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินธุรกิจภายใต้รูปแบบ O2O การเชื่อมโยงกับต่างประเทศและการขานรับกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล ตลอดจนการผลักดัน SMEs ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่และธุรกิจสตาร์ทอัพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

 

ทั้งนี้ APEC เป็นเวทีสำคัญที่ทำให้ไต้หวันมีโอกาสร่วมมือกับกลุ่มเศรษฐกิจต่างๆในปีนี้ไต้หวันได้ร่วมมือกับฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทยและเวียดนามซึ่งเป็น 4 ประเทศในกลุ่มประเทศนโยบายมุ่งใต้ใหม่ จัดการประชุมสัมมนาภายใต้กรอบ “APEC O2O Forum : Unleash the Potential of SMEs though Digital Transformation for a Shared Future” ซึ่งจนถึงขณะนี้ ได้ตระเวนจัดการประชุมดังกล่าวขึ้นที่ กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไน กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย กรุงเทพมหานคร นครโฮจิมินห์ของเวียดนาม และการประชุมสุดยอด O2O ที่นครเกาสง โดยมีตัวแทนสตาร์ทอัพกว่า100 ราย จาก 20 ประเทศเข้าร่วมการประชุม