:::

รองปธน.เฉินเจี้ยนเหรินระบุ ไต้หวันสวมบทบาทสำคัญในวงการสาธารณสุขเอเชียแปซิฟิกผ่านนโยบายมุ่งใต้ใหม่

รองปธน.เฉินเจี้ยนเหรินเข้าร่วมการประชุมสัมมนา “2018 Global Health Forum in Taiwan” ทำเนียบประธานาธิบดี วันที่ 28 ต.ค. 61

รองปธน.เฉินเจี้ยนเหรินเข้าร่วมการประชุมสัมมนา “2018 Global Health Forum in Taiwan” ทำเนียบประธานาธิบดี วันที่ 28 ต.ค. 61

รองปธน.เฉินเจี้ยนเหรินระบุ ไต้หวันสวมบทบาทสำคัญในวงการสาธารณสุขเอเชียแปซิฟิกผ่านนโยบายมุ่งใต้ใหม่

สำนักข่าว CNA วันที่ 28 ต.ค. 61

นายเฉินเจี้ยนเหริน รองประธานาธิบดีไต้หวัน สาธารณรัฐจีนระบุว่า ในฐานะที่ไต้หวันเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ไต้หวันได้ผลักดันความร่วมมือด้านการแพทย์และสาธารณสุขผ่านนโยบายมุ่งใต้ใหม่ โดยหวังว่าจะยกระดับความร่วมมือด้านการแพทย์และสาธารณสุขรวมถึงการเชื่อมโยงด้านอุตสาหกรรมกับประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อให้ไต้หวันมีบทบาทสำคัญในวงการสาธารณในสุขภูมิภาคนี้

 

รองปธน.เฉินเจี้ยนเหรินกล่าวขณะเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนา “2018 Global Health Forum in Taiwan” ในเช้าวันที่ 28 ต.ค.ว่า หัวข้อการประชุมในปีนี้คือ Resilience: New Challenges and Opportunities for Global Health พร้อมระบุว่า การเผชิญหน้ากับผลกระทบและภัยคุกคามจากโรคเรื้อรังที่ดีที่สุดคือ เสริมสร้างสภาพแวดล้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงมาตรการด้านสวัสดิการสังคมที่สมบูรณ์ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ทุกประเทศรวมถึงไต้หวันต้องร่วมกันหาทางแก้ไข

 

รองผู้นำไต้หวันยังระบุว่า ระบบประกันสุขภาพของไต้หวันได้รับเสียงชื่นชมจากทั่วโลก แต่ไต้หวันรู้สึกว่ายังไม่ดีพอ ดังนั้นนับจากเดือนมิ.ย.2016 เป็นต้นมา กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันได้เริ่มใช้หลายมาตรการเพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของกลุ่มด้อยโอกาสแบบบูรณาการ ขณะเดียวกัน ได้เสริมสร้างบริการด้านการแพทย์ในเขตพื้นที่ที่ขาดแคลนทรัพยากรด้านการแพทย์ เพื่อให้เกิด “ความเสมอภาคในการรักษาพยาบาล”

 

สำหรับปัญหาด้านสาธารณสุขของไต้หวันในปัจจุบัน รองปธน.เฉินเจี้ยนเหรินเปิดเผยว่า ไต้หวันเผชิญกับความต้องการหลายมิติของสังคมสูงวัย เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ไต้หวันกำลังผลักดัน “โครงการดูแลระยะยาว 2.0” ซึ่งเป็นความร่วมมือกันของภาครัฐและภาคประชาชน รัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น จัดตั้งระบบการดูแลผู้สูงวัยโดยยึดหลักการมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งและพร้อมจะรับมือกับทุกสถานการณ์ของวงการการแพทย์และสาธารณสุขไต้หวัน

 

รองปธน.เฉินเจี้ยนเหรินยังระบุว่า จากลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของไต้หวัน ถือเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก จึงมีความเหมาะสมและมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะสวมบทบาทสำคัญในการผลักดันความร่วมมือและแบ่งปันทรัพยากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้แก่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค พร้อมกล่าวว่านับจากปธน.ไช่อิงเหวินขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำไต้หวันเป็นต้นมา ได้ผลักดัน “ความร่วมมือด้านการแพทย์และสาธารณสุขกับประเทศนโยบายมุ่งใต้ใหม่” โดยหวังว่าจะยกระดับความร่วมมือด้านการแพทย์และสาธารณสุขกับประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตลอดจนก่อให้เกิดการเชื่อมโยงด้านอุตสาหกรรม การแบ่งปันและสร้างประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย เพื่อให้ไต้หวันมีบทบาทสำคัญในวงการสาธารณสุขเอเชียแปซิฟิก

 

แถลงการณ์ของกรมสุขภาพประชาชน กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันระบุว่า การประชุมสัมมนา “2018 Global Health Forum in Taiwan” ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากในและต่างประเทศ เข้าร่วมหารือแนวทางการรับมือกับปัญหาระบบการดูแลสุขภาพอนามัยที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง อาทิ ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่ขาดระยะ ภัยพิบัติที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์และโรคที่เกิดจากวิถีชีวิตอันเนื่องจากความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคม เป็นต้น โดยในการประชุมสัมมนาครั้งนี้ ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญ 68 คน จาก 34 ประเทศเข้าร่วมอภิปราย และมีเจ้าหน้าที่รัฐตลอดจนผู้เชี่ยวชาญจากวงการต่างๆ กว่า 1,200 คนเข้าร่วมรับฟัง