:::

ไต้หวันและอินโดนีเซียลงนาม MOU ว่าด้วยการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ

ไต้หวันและอินโดนีเซียลงนาม MOU ว่าด้วยการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ

สำนักข่าว CNA วันที่ 19 พ.ย. 61

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มีพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ ระหว่างนายเฉินจง ผู้แทนไต้หวันประจำอินโดนีเซีย และ Mr. Didi Sumedi ผู้แทนอินโดนีเซียประจำไต้หวัน ซึ่งเป็นการเปิดประตูสู่การผลักดันความร่วมร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายในด้านเศรษฐกิจและการค้าในอนาคต

 

โดยนายเฉินจงได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว CNA ว่า เพื่อผลักดันนโยบายมุ่งใต้และสร้างความร่วมมือในเชิงลึกระหว่างไต้หวันและอินโดนีเซีย จึงได้มีการลงนามใน MOU ฉบับนี้ร่วมกับ Mr. Didi Sumedi ซึ่งเป็นผู้แทนอินโดนีเซีย โดยมีนายเสิ่นหรงจิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการไต้หวัน นางหวังเหม่ยฮัว ปลัดกระทรวงเศรษฐการไต้หวัน และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ร่วมเป็นสักขีพยาน

 

ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงจะจัดตั้งช่องทางในการติดต่อสื่อสารระหว่างกันบนพื้นฐานของการสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อผลักดันการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานและจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมไปจนถึงการอบรมบุคลากรในด้านเศรษฐกิจ การค้า อุตสาหกรรม การลงทุน การเกษตร และเจ้าหน้าที่จากภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการสร้างความร่วมมืออย่างเต็มรูปแบบ

 

ในอนาคต ทั้งไต้หวันและอินโดนีเซียจะจัดตั้งคณะทำงานขึ้นภายใต้กรอบของ MOU ฉบับนี้ เพื่อกำหนดเป้าหมายและทิศทางในการสร้างความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม อันจะช่วยให้นักธุรกิจไต้หวันสามารถได้รับโอกาสทางการค้าจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจอินโดนีเซีย และสร้างโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในอินโดนีเซีย ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปด้วย

ในส่วนของอินโดนีเซีย จะอาศัยบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ในการดึงดูดนักลงทุนไต้หวัน ให้เข้าไปลงทุนในอินโดนีเซียมากขึ้น อันจะเป็นการช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรมของอินโดนีเซีย พร้อมทั้งยังช่วยสร้างตำแหน่งงานและกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อไป

 

นายเฉินจงเห็นว่า ทั้งไต้หวันและอินโดนีเซียสามารถร่วมกันผลักดันความร่วมมือได้ในหลายด้านผ่านกรอบ MOU ฉบับนี้

 

ทั้งนี้ อินโดนีเซียสนใจในเทคโนโลยีการขุดลอกเขื่อนเก็บน้ำของไต้หวันเป็นอย่างมาก ซึ่งในส่วนของความร่วมมือในด้านนี้ จะมีกรมทรัพยากรน้ำ (WRA) กระทรวงเศรษฐการไต้หวันเป็นผู้รับผิดชอบ ในการนำคณะผู้ประกอบการและบริษัทที่ปรึกษามาดำเนินการ โดยอาศัยจุดเด่นด้านต้นทุนและเทคโนโลยีของไต้หวัน ในการรุกตลาดสาธารณูปโภคพื้นฐานของอินโดนีเซียต่อไป