:::

ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรไต้หวันเดินทางไปศึกษาดูงานที่มาเลเซีย เล็งขยายอาหารตลาดฮาลาล

คณะเจรจาจับคู่ทางธุรกิจกับผู้ประกอบการนำเข้าอาหารฮาลาลในมาเลเซียปี 2018 เดินทางเยือนมาเลเซียระหว่างวันที่ 18-21 ธ.ค.นี้ เพื่อศึกษาดูงานและขยายช่องทางการติดต่อด้านเศรษฐกิจการค้า นางหงฮุ่ยจู (แถวหน้าที่ 3 จากซ้าย) ผู้แทนไต้หวันประจำมาเลเซียจัดงานเลี้ยงรับรองเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. (ภาพโดยสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำมาเลเซีย)

คณะเจรจาจับคู่ทางธุรกิจกับผู้ประกอบการนำเข้าอาหารฮาลาลในมาเลเซียปี 2018 เดินทางเยือนมาเลเซียระหว่างวันที่ 18-21 ธ.ค.นี้ เพื่อศึกษาดูงานและขยายช่องทางการติดต่อด้านเศรษฐกิจการค้า นางหงฮุ่ยจู (แถวหน้าที่ 3 จากซ้าย) ผู้แทนไต้หวันประจำมาเลเซียจัดงานเลี้ยงรับรองเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. (ภาพโดยสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำมาเลเซีย)

ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรไต้หวันเดินทางไปศึกษาดูงานที่มาเลเซีย เล็งขยายอาหารตลาดฮาลาล

สำนักข่าวCNA 20 ธันวาคม 2561

คณะเจรจาจับคู่ทางธุรกิจกับผู้ประกอบการนำเข้าอาหารฮาลาลในมาเลเซียปี 2018 เดินทางเยือนมาเลเซียระหว่างวันที่ 18-21 ธ.ค.นี้เพื่อศึกษาดูงานและขยายช่องทางการติดต่อด้านเศรษฐกิจการค้า โดยหวังว่าจะช่วยผู้ประกอบการสินค้าเกษตรไต้หวันขยายตลาดอาหารฮาลาลที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูง

 

สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำมาเลเซียแถลงในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ว่า “คณะเจรจาจับคู่ทางธุรกิจกับผู้ประกอบการนำเข้าอาหารฮาลาลในมาเลเซียปี 2018” ที่จัดโดยคณะกรรมการการเกษตรไต้หวัน สาธารณรัฐจีน และมอบหมายให้ สถาบันวิจัยการพัฒนาธุรกิจการค้า (Commerce Development Research Institute ,CDRI) เป็นผู้ดำเนินการ นำคณะผู้ประกอบการสินค้าเกษตรดีเด่นของไต้หวัน 10 ราย เดินทางเยือนมาเลเซียระหว่างวันที่ 18-21 ธ.ค.นี้ รวมเวลา 4 วัน

 

ในครั้งนี้สินค้าเกษตรและประมงจากไต้หวัน ที่นำไปแนะนำให้แก่ผู้ซื้อเพื่อหาโอกาสจับคู่ทางธุรกิจค่อนข้างหลากหลายอาทิ ซีอิ๊ว ผักดอง น้ำว่านหางจระเข้ น้ำซุปสำเร็จรูปพร้อมชง เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพสำเร็จรูปพร้อมชง ผักผลไม้ออร์แกนิค เนื้อไก่แปรรูป พะโล้ต่างๆ ถั่วแระแช่แข็ง อาหารทะเลแช่แข็ง ขนมขบเคี้ยวและป๊อบคอร์น เป็นต้น

 

นางหงฮุ่ยจู ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป หรือผู้แทนไต้หวันประจำมาเลเซียได้จัดงานเลี้ยงรับรองคณะเจรจาจับคู่ทางธุรกิจดังกล่าว พร้อมระบุว่า หวังว่าการเดินทางมาแนะนำสินค้าและเจรจาจับคู่ทางธุรกิจกับผู้ซื้อในมาเลเซียครั้งนี้จะทำให้สินค้าเกษตรและประมงตลอดจนสินค้าแปรรูปที่มีคุณภาพและผ่านการรับรองมาตรฐานอาหารฮาลาลจากไต้หวันจะเป็นที่รู้จักในมาเลเซียมากขึ้น

 

นายกัวจวิ้นหลิง เจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเกษตรที่ติดตามคณะเจรจาจับคู่ทางธุรกิจในครั้งนี้เปิดเผยว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ประเด็นเรื่องอาหารฮาลาล ร้อนแรงเป็นอย่างมาก คาดการณ์ว่าในปีค.ศ. 2050 ประชากรมุสลิมจะเพิ่มเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกและศักยภาพการบริโภคก็เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประชากรมุสลิมมากกว่าครึ่งหนึ่งอาศัยอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อาทิ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศเป้าหมายสำคัญของนโยบายมุ่งใต้ใหม่

 

นายสวี่เทียนฉาย ประธาน CDRI ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะฯ ระบุว่า CDRI ได้ทำการสำรวจและศึกษาวิจัยตลาดอาหารฮาลาลในมาเลเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศมุสลิมขนาดใหญ่และมีกำลังซื้อสูงอย่างละเอียด ทั้งนี้เพื่อแสวงหาผู้ซื้อและความต้องการของผู้บริโภค จากนั้นจัดการเจรจาจับคู่ทางธุรกิจขึ้น หวังว่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรไต้หวันเข้าใจความต้องการของผู้ซื้อและผู้บริโภคมากขึ้น อีกทั้งได้ร่วมมือกับคณะกรรมการการเกษตรผลักดันโครงการต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการไต้หวันสามารถจับกระแสความต้องการของตลาดอาหารฮาลาลที่มีศักยภาพสูงได้อย่างแม่นยำ