:::

การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเพื่อหาแนวทางตอบโต้นโยบาย “1ประเทศ 2 ระบบ”

ปธน.ไช่อิงเหวิน (กลาง) ร่วมกับนายเฉินเจี้ยนเหริน (ซ้าย) รองปธน. และนายซูเจินชาง (ขวา) นายกรัฐมนตรี ร่วมการประชุมเพื่อหาแนวทางตอบโต้หลักการ 1 ประเทศ 2 ระบบ ที่ทำเนียบประธานาธิบดี  ณ กรุงไทเป ในวันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา (ภาพจากทำเนียบประธานาธิบดี)

ปธน.ไช่อิงเหวิน (กลาง) ร่วมกับนายเฉินเจี้ยนเหริน (ซ้าย) รองปธน. และนายซูเจินชาง (ขวา) นายกรัฐมนตรี ร่วมการประชุมเพื่อหาแนวทางตอบโต้หลักการ 1 ประเทศ 2 ระบบ ที่ทำเนียบประธานาธิบดี ณ กรุงไทเป ในวันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา (ภาพจากทำเนียบประธานาธิบดี)

กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 12 มี.. 62

การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ สาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) ที่จัดขึ้นในวันที่ 11 มี.. มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อร่วมหารือแนวทางการรับมือและต่อต้าน หลักการ 1 ประเทศ 2 ระบบ ที่ใช้กับไต้หวัน ตามนโยบายจีนเดียว

 

ปธน.ไช่อิงเหวิน แห่งสาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) ประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Council ,NSC) แถลงว่า ฉันทามติของสังคมไต้หวัน ไม่ยอมรับ การปฏิเสธการคงอยู่ของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ตามแนวคิด 1 ประเทศ 2 ระบบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงสถานะเดิมของช่องแคบไต้หวัน ตามความต้องการของจีนเพียงฝ่ายเดียว และไม่ต้องการให้อำนาจอธิปไตยสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ค่อยๆถูกทำลายไป

 

ปธน.ไช่ฯ กล่าวว่า ประชาชนชาวไต้หวัน 23 ล้านคน จะเป็นผู้กำหนดทิศทางประชาธิปไตยในอนาคตด้วยตนเอง ก่อนการดำเนินการในทุกภาคส่วน จำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับช่องแคบไต้หวันและสันติภาพในภูมิภาค

 

หลังจากที่ปธน.ไช่ฯ ขึ้นดำรงตำแหน่งในเดือนพ.. ปี 2016 เป็นต้นมา ก็ได้พยายามอย่างยิ่งที่จะคงสถานะเดิมของช่องแคบไต้หวัน ด้วยยึดแนวทางไม่ยั่วยุและไม่เผชิญหน้ากับจีน แต่จีนไม่เคยยุติความพยายาม ยังคงกดดันไต้หวันในหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการลาดตระเวนของเครื่องบินทหารหรือการแล่นเรือรบเข้าใกล้ช่องแคบไต้หวัน และยังได้ใช้ "การทูตดอลลาร์" เพื่อให้ประเทศพันธมิตรตัดความสัมพันธ์กับไต้หวัน และเพื่อบีบให้ไต้หวันออกจากการมีส่วนร่วมในองค์การระหว่างประเทศ

 

ปธน.ไช่ฯ กล่าวว่า หน้าที่ของรัฐบาล นอกจากต้องรับมือกับจีนด้วยความกระตือรือร้น แล้วยังมีหน้าที่ยืนหยัดในการปกป้องอำนาจอธิปไตยของชาติและรักษาประชาธิปไตยของไต้หวันอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเร่งผลักดันให้สภานิติบัญญัติแก้ไขระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฎิสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน

 

สืบเนื่องมาจากผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างจีน – สหรัฐฯ ปธน.ไช่ฯ กล่าวว่า ไต้หวันจะให้การช่วยเหลือนักลงทุนชาวไต้หวันในจีน กลับมาลงทุนในถิ่นฐานของตน ทั้งยังจะช่วยผลักดันการค้าของนักลงทุนไต้หวันสู่ตลาดโลกต่อไป นอกจากนี้ ยังต้องการผลักดันการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมและเร่งพัฒนาเศรษฐกิจมหภาคให้เติบโตโดยเร็ว

 

ในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ปธน.ไช่ฯ กล่าวว่า รัฐบาลจะแสวงหาพลังสนับสนุน และร่วมมือกับประชาคมโลกที่มีแนวคิดคล้ายกัน เพื่อหาทางต่อต้านความพยายามของจีนที่ต้องการล้มล้างอธิปไตยไต้หวัน

 

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลก็จะต่อต้านการแพร่กระจายข่าวปลอม เพิ่มมาตรการป้องกันการถูกแทรกแซงโดยใช้สื่อในประเทศ และเพิ่มการประชาสัมพันธ์นโยบายสองฝั่งช่องแคบให้สังคมส่วนรวมเข้าใจมากขึ้น