:::

มหาวิทยาลัยทางตอนใต้ของไต้หวันร่วมมือกับมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ สร้างศูนย์กลางใหม่แห่งอุตสาหกรรมการฝึกอบรม

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. นายจูหยวนเสียง (ที่ 2 จากซ้าย) นายกสมาคมความร่วมมือด้านการศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ Angelito Banayo (ที่ 2 จากขวา) ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมมะนิลาประจำไต้หวัน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ โดยหวังผลักดันให้กรุงมะนิลาและนครเกาสงกลายเป็น “ศูนย์กลางใหม่แห่งอุตสาหกรรมการฝึกอบรมเอเชีย” (ภาพจากสมาคมความร่วมมือด้านการศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) สำนักข่าว CNA วันที่ 10 มิ.ย. 62

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. นายจูหยวนเสียง (ที่ 2 จากซ้าย) นายกสมาคมความร่วมมือด้านการศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ Angelito Banayo (ที่ 2 จากขวา) ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมมะนิลาประจำไต้หวัน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ โดยหวังผลักดันให้กรุงมะนิลาและนครเกาสงกลายเป็น “ศูนย์กลางใหม่แห่งอุตสาหกรรมการฝึกอบรมเอเชีย” (ภาพจากสมาคมความร่วมมือด้านการศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) สำนักข่าว CNA วันที่ 10 มิ.ย. 62

สำนักข่าว CNA วันที่ 10 มิ.. 62

 

สมาคมความร่วมมือด้านการศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Edu-Connect Southeast Asia Association)นครเกาสง กับสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมมะนิลาประจำไต้หวัน (MECO) และผู้ประกอบการท่องเที่ยว ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ โดยหวังจะอาศัยข้อได้เปรียบของทั้งสองฝ่ายมาเติมเต็มซึ่งกันและกัน ผลักดันให้กรุงมะนิลาและนครเกาสงกลายเป็น “ศูนย์กลางใหม่แห่งอุตสาหกรรมการฝึกอบรมเอเชีย”


 

นายอู๋อิงหมิง กรรมการบริหารสมาคมฯ กล่าวว่า พิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้นในวันที่ มิ.ที่ผ่านมา ที่นครเกาสง โดยไต้หวัน – ฟิลิปปินส์จะร่วมกันว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญในกรุงมะนิลา เพื่อช่วยเหลือบูรณาการด้านการศึกษาและหน่วยงานด้านการศึกษาของ MECO กับมหาวิทยาลัยทางตอนใต้ของไต้หวัน เพื่อร่วมสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมการจัดการองค์ความรู้ และกระตุ้นให้เกิดความเชื่อมโยงกันระหว่างมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์(University of the Philippines, UP) องค์กรธุรกิจ ชุมชนสตาร์ทอัพ รัฐบาลท้องถิ่น และองค์การระหว่างประเทศ ตลอดจนร่วมมือกับมหาวิทยาลัยทางตอนใต้ของไต้หวัน ในการจัดฝึกอบรมด้านต่างๆ อาทิ การบริหารและพัฒนาเมือง การพัฒนาเทคโนโลยี ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) อุตสาหกรรมเกษตรและประมง การเกษตรอัจฉริยะและการสาธารณสุข เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อดึงดูดให้กลุ่มคณะที่สนใจเข้ารับการฝึกอบรมในไต้หวันหรือฟิลิปปินส์


 

นายอู๋อิงหมิงชี้แจงว่า ทั้งสองฝ่ายจะฝึกอบรมและว่าจ้าง บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติฟิลิปปินส์(University of the Philippines, UP) ที่จบการศึกษาจากคณะครุศาสตร์และมีทักษะพื้นฐานด้านการสอนภาษาอังกฤษ มาพัฒนาการสอนภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยทางตอนใต้ของไต้หวัน เพื่อเป็นการเปิดลู่ทางให้นักศึกษาไต้หวันเดินทางไปศึกษาต่อในหลักสูตรฝึกอบรมวิชาภาษาอังกฤษที่ UP ตลอดจนเข้าร่วมค่ายภาษาอังกฤษในช่วงปิดภาคการศึกษาฤดูหนาวและฤดูร้อนอีกด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยเปิดช่องทางการเรียนการสอนด้านภาษาจีนให้กับมหาวิทยาลัยในไต้หวัน โดยช่วยแนะแนวและจัดส่งนักศึกษาฟิลิปปินส์เดินทางมาเรียนรู้และฝึกอบรมภาษาจีนที่ไต้หวัน


 

นอกจากนี้ ในวันที่ 27 มิ..นี้ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีป้องกันภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยเกาสง (National University of Kaohsiung, NUK) มีกำหนดจะจัด “การประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยเมืองพลวัต” ที่ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย สำนักงานใหญ่ (Asian Development Bank Head Office ) ในกรุงมะนิลา เพื่อร่วมแบ่งปันประสบการณ์และผลสัมฤทธิ์จากการช่วยเหลือและป้องกันภัยพิบัติของนครเกาสง ให้กับผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการชาวฟิลิปปินส์ได้นำไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ในประเทศของตน ซึ่งหัวข้อที่จะนำเสนอ ประกอบด้วย การพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การพัฒนาชุมชน การจัดการภัยพิบัติ และการบริหารทรัพยากรน้ำ


 

ประจวบกับปีนี้เป็นวาระครบรอบ 10 ปี ภัยพิบัติจากพายุไต้ฝุ่นมรกต NUK จึงได้วางแผนจัด “กิจกรรมท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้เมืองพลวัตในนครเกาสง” ในเดือนส..นี้ โดยคาดว่าจะเชิญชาวฟิลิปปินส์เดินทางมาเยือนยังตำบลไหลอี้เมืองผิงตง พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Science and Technology Museum) โรงบำบัดน้ำเสียในแม่น้ำฟ่งซานและศูนย์รับมือภัยพิบัตินครเกาสง เพื่อแบ่งปันตัวอย่างและผลสัมฤทธิ์จากการรับมือกับภัยพิบัติและการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ ในพื้นที่ทางตอนใต้ของไต้หวัน