:::

รมว.กต.ไต้หวันชี้ ไต้หวันหวังร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อต่อต้านการคุกคามจากจีน

นายอู๋เจาเซี่ย รมว. ต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อต่างประเทศ โดยระบุว่า ขณะนี้ไต้หวันเผิชญหน้ากับการคุกคามจากจีน จึงหวังจะร่วมมือเป็นพันธมิตรกับประเทศที่มีแนวคิดใกล้เคียงกัน เพื่อปกป้องเสรีภาพและประชาธิปไตย ทั้งของไต้หวันและประชาคมโลก (ภาพจากคลังข้อมูล)

นายอู๋เจาเซี่ย รมว. ต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อต่างประเทศ โดยระบุว่า ขณะนี้ไต้หวันเผิชญหน้ากับการคุกคามจากจีน จึงหวังจะร่วมมือเป็นพันธมิตรกับประเทศที่มีแนวคิดใกล้เคียงกัน เพื่อปกป้องเสรีภาพและประชาธิปไตย ทั้งของไต้หวันและประชาคมโลก (ภาพจากคลังข้อมูล)

สำนักข่าว CNA วันที่ 14 .. 62

 

นายอู๋เจาเซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐจีน (ไต้หวันได้ให้สัมภาษณ์ต่อสำนักข่าวPolska Agencja Prasowa (PAP) ของโปแลนด์โดยชี้ว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่เพียงแต่ใช้อำนาจปกครองประเทศด้วยระบอบเผด็จการอันเข้มงวด หากแต่ยังต้องการที่จะเผยแพร่ระบอบเผด็จการนี้ไปยังต่างประเทศด้วย และเพื่อรับมือกับภัยคุกคามนี้ ไต้หวันจึงหวังที่จะร่วมมือกับประเทศพันธมิตรที่มีแนวความคิดใกล้เคียงกัน ในการปกป้องเสรีภาพและประชาธิปไตยต่อไป


 

รมว.อู๋ฯ กล่าวว่า จากเหตุการณ์การประท้วง “ต่อต้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้จีน” ในฮ่องกง ทำให้เห็นได้ชัดถึงความต่างระหว่างไต้หวันและฮ่องกง ถึงแม้ทั้งสองพื้นที่นี้ จะเป็นประเทศเป้าหมายที่จีนใช้วิธีเกลี้ยกล่อมให้ยอมรับหลักการ “ประเทศ ระบบ” แต่ไต้หวันมีคณะรัฐบาลเป็นของตนเอง จึงสามารถกำหนดทิศทางแห่งอนาคตของประเทศ ตลอดจนรักษาเสรีภาพและประชาธิปไตยของตนเองให้คงอยู่สืบไป ในทางกลับกัน ฮ่องกงกลับเดินถอยหลังไปเรื่อยๆ


 

รมว.อู๋ฯ ยังกล่าวว่า การปกครองด้วยระบอบเผด็จการของจีน ได้สร้างความยากลำบากเป็นอย่างมากต่อชาวมุสลิม ชาวทิเบตและชาวคาทอลิก

 

 

นอกจากนี้ พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังได้พยายามสอดส่องพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลก โดยหวังต้องการรวบอำนาจทั้งหมดไว้ที่ตนเพียงผู้เดียว รมว.อู๋ฯ ยังกล่าวว่า นอกจากรัฐบาลกลางของจีนจะควบคุมอินเทอร์เน็ตในประเทศอย่างเข้มงวดแล้ว ยังได้พยายามแพร่กระจายข่าวเท็จ เพื่อส่งผลกระทบต่อกระบวนการประชาธิปไตยของประเทศอื่น โดยผู้ได้รับผลกระทบ ครอบคลุมถึงไต้หวัน ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์


 

รมว.อู๋ฯ เผยว่า พฤติกรรมของรัฐบาลปักกิ่งอาจทำลายประชาธิปไตยของไต้หวัน เขายังกล่าวอีกว่า นอกจากจีนจะใช้กำลังทางทหารข่มขู่ไต้หวันแล้ว ยังได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี การเงินและทรัพยากรอื่นๆ แทรกแซงไต้หวัน เพื่อทำลายเสถียรภาพของกระบวนการประชาธิปไตยในไต้หวัน ซึ่งหากเป็นแบบนี้ต่อไป ประชาธิปไตยที่มีอยู่ในปัจจุบันของไต้หวัน อาจถูกกัดกร่อนหรือแม้กระทั่งถูกทำลายจนหมดสิ้น


 

รมว.อู๋ฯ กล่าวปิดท้ายว่า ไต้หวันหวังว่าจะสามารถร่วมมือเป็นพันธมิตรกับประเทศที่มีแนวคิดใกล้เคียงกัน เพื่อปกป้องประชาธิปไตยทั้งของไต้หวันและประชาคมโลก รวมทั้งต่อต้านการคุกคามของจีน พร้อมชี้ว่าความร่วมมือระหว่างไต้หวัน – สหรัฐฯ ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก การที่สหรัฐฯ ประกาศอนุมัติขายอาวุธและยุทโธปกรณ์ต่างๆ ให้กับไต้หวัน ถือเป็นบทพิสูจน์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด