:::

ไต้หวัน – ไทยร่วมส่งเสริมการยกระดับ SMEs สู่เศรษฐกิจดิจิทัล เน้นพัฒนาศักยภาพสตรี

ไต้หวัน – ไทยร่วมส่งเสริมการยกระดับ SMEs สู่เศรษฐกิจดิจิทัล เน้นพัฒนาศักยภาพสตรี

ไต้หวัน – ไทยร่วมส่งเสริมการยกระดับ SMEs สู่เศรษฐกิจดิจิทัล เน้นพัฒนาศักยภาพสตรี

กระทรวงเศรษฐการสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) วันที่ 1 ส.ค. 62

 

สำนักงานบริหารวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEA) กระทรวงเศรษฐการสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ส่งเสริมผลักดันแผน “APEC SMEs Online-to-Offline (O2O) Initiative” ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 4 เพื่อเสริมสร้างการปรับโครงสร้าง SMEs ให้สามารถเข้าถึงเศรษฐกิจดิจิทัล โดยในปีนี้ได้ร่วมมือกับไทยจัดการประชุมสัมมนาขึ้น เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพสตรีและเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ พร้อมหวังว่าจะกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างกันในเชิงลึก


 

SMEA ของไต้หวันและสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทย ได้ร่วมกันจัด "การประชุมผู้ประกอบการธุรกิจสตาร์ทอัพขนาดเล็กกลางย่อม APEC SME O2O (Online-to-Offine) Forum" ซึ่งเปิดฉากขึ้นแล้วในวันที่ 1 ส.ค. ที่ประเทศไทย


 

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. SMEA ได้เผยแพร่จดหมายข่าว โดยระบุว่า หัวข้อการประชุมในปีนี้ขานรับกับประเด็นประจำปีนี้ที่ APEC กำลังให้ความสนใจ อันได้แก่ “ยุคสังคมดิจิทัล” และ “ผู้หญิงกับธุรกิจSMEs และการเติบโตอย่างยอมรับซึ่งกันและกัน” โดยมุ่งเน้นในด้าน “การเสริมสร้างพัฒนาศักยภาพสตรีสู่นวัตกรรมทางธุรกิจ O2O” และ “ธุรกิจขนาดเล็กกลางย่อม ประยุกต์ใช้วิธี O2O ก้าวไปสู่เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์” เพื่อช่วยส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้ก้าวทันแนวโน้มการพัฒนาของเศรษฐกิจดิจิทัล


 

ในการประชุมครั้งนี้ ได้เชิญตัวแทนกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ผู้ประกอบการธุรกิจข้ามชาติและทีมสตาร์ทอัพชั้นนำจากทุกประเทศทั่วโลก กว่าร้อยคนเดินทางมาเข้าร่วม เพื่อร่วมแบ่งปันประสบการณ์และอภิปรายความคิดเห็น ในประเด็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ การปรับโครงสร้างธุรกิจ เพื่อก้าวสู่ยุคดิจิทัล โดยในงานยังได้จัดให้ทีมสตาร์ทอัพที่เปี่ยมด้วยศักยภาพที่มาจากไต้หวัน ไทย มาเลเซียและฟิลิปปินส์ นำเสนอตัวอย่างผลสำเร็จในการประยุกต์ใช้นวัตกรรม O2O พร้อมรับคำชี้แนะจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้วย


 

SMEA ได้ผลักดันแผน “APEC SMEs Online-to-Offline (O2O) Initiative” นับตั้งแต่ปี 2016 จนปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือเชิงลึกกับทุกประเทศทั่วโลก เพื่อช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ให้สามารถพัฒนาไปสู่นวัตกรรมในยุคดิจิทัลและการเติบโตอย่างยั่งยืน