:::

สำนักงานตัวแทนไต้หวันในไทย เปิดตัว "เว็บไซต์ข้อมูลเมืองอัจฉริยะไทย-ไต้หวัน" เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในธุรกิจเมืองอัจฉริยะระหว่างไทย-ไต้หวัน

สำนักงานตัวแทนไต้หวันในไทย เปิดตัว

สำนักงานตัวแทนไต้หวันในไทย เปิดตัว "เว็บไซต์เมืองอัจฉริยะไทย-ไต้หวัน" โดยผู้สนใจสามารถเข้าชมเว็บไซต์ หรือดาวน์โหลดข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้แล้ว (ภาพจากสำนักงานตัวแทนไต้หวันในไทย)

สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย วันที่ 13 พ.ย. 62

 

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมา สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย แถลงว่า ความสำเร็จของเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะของไต้หวันเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานประเมินความน่าเชื่อถือระดับโลก ซึ่งปัจจุบัน รัฐบาลไทยก็ได้เร่งส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อย่างเต็มที่เช่นกัน ทางสำนักงานฯ จึงเห็นว่า เพื่อให้ภาคธุรกิจ ภาครัฐ ภาควิชาการและการวิจัยของไทย สามารถรับรู้ถึงความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะของไต้หวัน อันจะนำไปสู่การสร้างความร่วมมือและการจับคู่ธุรกิจระหว่างไต้หวัน-ไทย จึงได้เปิดตัว "เว็บไซต์ข้อมูลเมืองอัจฉริยะไทย-ไต้หวัน" (SmartCity.Taiwan-Thailand.Net) และเชิญชวนให้ผู้สนใจดาวน์โหลด “คู่มือแนะนำเมืองอัจฉริยะของไต้หวัน” โดยในอนาคตจะให้บริการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ การพัฒนาอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะของไต้หวันต่อไป


 

สำนักงานตัวแทนไต้หวันในไทยระบุว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะของไต้หวันประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น นับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา นครเถาหยวนได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 21 อันดับแรกของโลกของ Intelligent Community Forum (ICF) หลายครั้ง และในปีนี้สามารถคว้ารางวัลที่ 1 ของเมืองอัจฉริยะโลกมาครองได้สำเร็จ ซึ่งในไต้หวัน หน่วยงานต่างๆ ภายใต้โครงสร้างเมืองอัจฉริยะ เช่น อุตสาหกรรมการแพทย์อัจฉริยะ ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ และการศึกษาอัจฉริยะ ล้วนแล้วแต่เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เห็นได้ชัด ทำให้ไต้หวันจะกลายเป็นผู้นำด้านเมืองอัจฉริยะในภูมิภาคนี้ พร้อมหวังว่า ไต้หวันจะมีโอกาสส่งออกสินค้าในอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องกับเมืองอัจฉริยะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

 

 

สำนักงานตัวแทนไต้หวันในไทยยังชี้ว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของ “นโยบายไทยแลนด์ 4.0” โดยในช่วงที่ผ่านมา คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะแห่งชาติของไทย ได้ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นอัจฉริยะใน 7 จังหวัดทั่วไทย ที่ประกอบด้วย ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น กรุงเทพฯ ชลบุรี ระยองและฉะเชิงเทรา ซึ่งรัฐบาลไทยได้วางแผนไว้ว่า ในปี 2019 จะพัฒนาเมืองอัจฉริยะขึ้นอีก 30 แห่งใน 24 จังหวัด และคาดว่าในปี 2022 จะพัฒนาให้เกิดเมืองอัจฉริยะ 100 แห่งใน 77 จังหวัดทั่วไทย

 

 

สำนักงานตัวแทนไต้หวันในไทยเผยด้วยว่า ไต้หวัน – ไทยได้ร่วมเจรจาในประเด็นความร่วมมือด้านเมืองอัจฉริยะมาเป็นเวลาหลายปี โดยในการประชุมความร่วมมืออุตสาหกรรม ระหว่างไต้หวัน – ไทย ปี 2019 (2019 Taiwan –Thailand Industry Collabaration Summit) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา บริษัท Sinotech Engineering Consultants Ltd. ของไต้หวัน และบริษัทอมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการสร้าง “เมืองอัจฉริยะไทเป ในอมตะนคร” (Taipei Smart City @ AMATA) อย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ให้เป็นสถานที่ต้นแบบของเมืองอัจฉริยะไต้หวัน


 

โดยสำนักงานตัวแทนไต้หวันในไทยแถลงเพิ่มอีกว่า "เว็บไซต์เมืองอัจฉริยะไทย-ไต้หวัน" ได้รวบรวมข้อมูลการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของหน่วยงานต่างๆ ในไต้หวัน เช่น คณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติ (National Development Council, NDC) กระทรวงเศรษฐการ กระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการกิจการเกษตร และหน่วยงานเทศบาลต่างๆ นอกจากนี้ ทางสำนักงานฯ ยังได้เปิดตัว “คู่มือแนะนำเมืองอัจฉริยะของไต้หวัน” ซึ่งมีรายละเอียดข้อมูลที่ประกอบด้วย รัฐบาลอัจฉริยะ ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ การเกษตรอัจฉริยะ อาคารอัจฉริยะ และการศึกษาอัจฉริยะ เป็นต้น


 

มิตรสหายชาวไทยทั้งในภาคธุรกิจ ภาครัฐ ภาควิชาการและการวิจัย ที่ต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการให้บริการด้านเมืองอัจฉริยะของไต้หวัน แผนการแก้ไขปัญหาต่างๆ และข้อมูลการติดต่อ สามารถติดต่อกับศูนย์ให้คำปรึกษาและบริการด้านการลงทุน (LINE ID : Taiwan FDI) ซึ่งเป็นศูนย์บริการแบบครบวงจร (One Stop Service) โดยจะมีเจ้าหน้าที่ ที่สามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาไทยและจีน ให้บริการแนะแนวข้อมูล และให้ความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องโดยไม่คิดค่าบริการด้วย