ช้ามไปยังส่วนข้อมูลหลัก
ไต้หวันจับมือสหรัฐฯ และออสเตรเลีย ส่งเสริมการบริหารพลังงานอย่างเป็นมิตรในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก เป็นครั้งแรก
2019-11-21

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. นายเซิ่นหรงจิน (ที่ 3 จากซ้าย) รมว.เศรษฐการ และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วม“การประชุมสัมมนา ว่าด้วยการบริหารพลังงานอย่างเป็นมิตร ภายใต้กรอบความร่วมมือ GCTF ปี 2019” (ภาพจากกระทรวงเศรษฐการ)

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. นายเซิ่นหรงจิน (ที่ 3 จากซ้าย) รมว.เศรษฐการ และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วม“การประชุมสัมมนา ว่าด้วยการบริหารพลังงานอย่างเป็นมิตร ภายใต้กรอบความร่วมมือ GCTF ปี 2019” (ภาพจากกระทรวงเศรษฐการ)

กระทรวงเศรษฐการ วันที่ 20 พ.ย. 62

 

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. กระทรวงเศรษฐการ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) แถลงว่า ไต้หวันได้ร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย จัด “การประชุมสัมมนา ว่าด้วยการบริหารพลังงานอย่างเป็นมิตร ภายใต้กรอบความร่วมมือ GCTF ปี 2019” (2019 GCTF Workshop on Good Energy Governance in the Indo - Pacific) ระหว่างวันที่ 20 -21 พ.ย. ณ กรุงไทเป นับเป็นครั้งแรกที่ได้ขยายความร่วมมือด้านพลังงาน เข้าสู่ภูมิภาคอินโด - แปซิฟิก ภายใต้กรอบความร่วมมือ GCTF (Global Cooperation and Training Framework) ระหว่างไต้หวัน – สหรัฐฯ


 

นายเซิ่นหรงจิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ กล่าวขณะปราศรัยว่า ภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก มีประชากรเกินกว่าครึ่งหนึ่งของโลก และยังเป็นหนึ่งในภูมิภาค ที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก โดยในด้านพลังงาน ภูมิภาคอินโด – แปซิฟิกครอบคลุมประเทศผู้ใช้พลังงานรายใหญ่ อีกทั้งมีแหล่งผลิตพลังงานทางทะเลที่สำคัญ ขณะเดียวกัน อินโด – แปซิฟิก ยังเป็นอีกภูมิภาคหนึ่งที่ต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเป็นอย่างมาก ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญในการบริหารพลังงาน เพื่อเป็นหลักประกันให้กับภูมิภาคฯ รมว.เซิ่นฯ กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า เราสามารถประสานความร่วมมือด้านพลังงาน ผ่านองค์การระหว่างประเทศในภูมิภาค อย่าง APEC ได้ ขณะที่สหรัฐอเมริกาได้เร่งส่งเสริมยุทธศาสตร์อินโด – แปซิฟิกอย่างกระตือรือร้น รวมไปถึงเสริมสร้างข้อได้เปรียบในภูมิภาคเอเชีย ตลอดจนแผนแม่บทด้านพลังงาน เป็นต้น ซึ่งถือเป็นกลไกที่ดี ในการส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานในระดับภูมิภาค


 

W. Brent Christensen ผอญ. สถาบันอเมริกาในไต้หวัน สำนักงานไทเป ได้กล่าวถึงจุดยืนในการช่วยส่งเสริมให้ภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก เกิดความรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านการสร้างหลักประกัน ในการได้รับพลังงานของประเทศในภูมิภาคฯ อย่างทั่วถึง การขยายความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วน ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน การกระตุ้นให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจ รวมถึงช่วยเหลือปฏิรูปตลาดพลังงานของประเทศหุ้นส่วน ส่งเสริมให้เกิดความหลากหลายด้านพลังงาน และการค้าระหว่างประเทศ เป็นต้น ตลอดจนร่วมสร้างคุณประโยชน์ให้กับภูมิภาคฯ ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ด้านการบริหารพลังงาน การร่วมอภิปรายและความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต นอกจากนี้ W. Brent Christensen ได้ใช้โอกาสนี้ ขอบคุณไต้หวันและออสเตรเลีย ในการให้ความสนับสนุนกรอบความร่วมมือ GCTF


 

การประชุมครั้งนี้ ได้เปลี่ยนรูปแบบการประชุมเวทีสาธารณะขนาดใหญ่ในอดีต มาเป็นการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในเชิงลึก ที่มีรูปแบบขนาดย่อม โดยในระหว่างการประชุม ยังได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกัน ออสเตรเลียและไต้หวัน มาเป็นผู้บรรยาย Ms. Elizabeth Urbanas รองผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สหรัฐอเมริกา ได้เดินทางมาแสดงปาฐกถาที่ไต้หวันเป็นการเฉพาะ นอกจากนี้ ยังมีแขกผู้มีเกียรติจาก 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก เดินทางมาเข้าร่วมด้วย ส่วนทางไต้หวัน ได้ส่งตัวแทนจากกรมพลังงาน บริษัทการไฟฟ้าไต้หวัน (Taiwan Power Company, TPC) บริษัทไชน่าปิโตรเลียม (CPC) เป็นต้น เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้


 

ภายใต้ความมุ่งมั่นพยายามในการส่งเสริมของไต้หวัน – สหรัฐฯ กิจกรรมที่จัดขึ้นภายใต้กรอบความร่วมมือ GCTF บังเกิดผลสัมฤทธิ์ที่เด่นชัดมากมาย ทั้งฝ่ายไต้หวันและสหรัฐฯ ต่างแถลงว่า ในอนาคตจะเร่งสำรวจความต้องการด้านพลังงานในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสรรสร้างวิธีการที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศในภูมิภาคฯ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้ประเทศในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก บรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ที่เกิดประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน