:::

เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ จัดแสดงศิลปหัตถกรรมดั้งเดิมของไต้หวัน

นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล (ขวา) ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) มอบของที่ระลึกให้กับ นายซือกั๋วหลง (ซ้าย) อธิบดีกรมมรดกทางวัฒนธรรมของไต้หวัน (ภาพจาก BOCH)

นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล (ขวา) ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) มอบของที่ระลึกให้กับ นายซือกั๋วหลง (ซ้าย) อธิบดีกรมมรดกทางวัฒนธรรมของไต้หวัน (ภาพจาก BOCH)

BOCH วันที่ .. 62

 

เพื่อส่งเสริมให้งานศิลปหัตถกรรมดั้งเดิมของไต้หวัน ก้าวสู่เวทีนานาชาติ อีกทั้งแสดงให้ทั่วโลกเห็นถึง การสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ที่สำคัญๆ ของไต้หวัน และผลสัมฤทธิ์ในการสืบทอดงานศิลปหัตถกรรมจากรุ่นสู่รุ่น ตลอดจนเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์งานศิลปหัตถกรรมระดับนานาชาติ และแนวโน้มการนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน กรมมรดกทางวัฒนธรรม (Bureau of Cultural Heritage, BOCH) กระทรวงวัฒนธรรม สาธารณรัฐจีน (ไต้หวันและศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ประเทศไทย (Thailand Creative & Design Center, TCDC) จึงได้ร่วมมือกันจัด “งานนิทรรศการพิเศษ ศิลปหัตถกรรมในชีวิตประจำวัน” (Taiwan Daily Living Craft Exhibition) ระหว่างวันที่ 7 – 15 .ณ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ สอดรับกับช่วงเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ (Chiang Mai Design Week) ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี


 

ในปี 2017 จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็น "เมืองสร้างสรรค์สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน" (Creative City of Crafts and Folk Art) จากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ( United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization ) หรือยูเนสโก (UNESCO) และนับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้มีการจัดตั้ง “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่” โดยมุ่งเน้นงานศิลปหัตถกรรมท้องถิ่น การออกแบบและการโปรโมท ที่นำเอาค่านิยมแบบดั้งเดิม มาผนวกเข้ากับวิถีการดำเนินชีวิตของคนยุคใหม่ ส่งเสริมการสืบสานงานหัตถศิลป์ของไทย และการเจรจาการค้าข้ามพรมแดน โดยในทุกปีได้ดึงดูดช่างฝีมือทุกระดับ ศิลปินและนักออกแบบทั้งในและต่างประเทศ เดินทางมาเข้าร่วม จึงถือได้ว่า เทศกาลดังกล่าวเป็นเวทีแลกเปลี่ยนและส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมที่สำคัญ ระดับนานาชาติ


 

เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ ปี 2019” จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Lived Well” เพื่อขานรับกับหัวข้อดังกล่าว นิทรรศการงานศิลปหัตถกรรมดั้งเดิมของไต้หวันในครั้งนี้ จึงได้ใช้ทฤษฎีแกนตั้งฉาก โดยนำเอาวิถีชีวิตของคนยุคใหม่มาเป็นแกนตั้ง และกำหนดให้งานศิลปหัตถกรรมที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ เป็นแกนนอน ซึ่งได้เริ่มจากการนำเทคนิคงานหัตถศิลป์แขนงต่างๆ อาทิ การย้อม ทอ ถัก ผูก และปัก เป็นต้น มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงการผสมผสาน ระหว่างงานศิลปหัตถกรรมดั้งเดิมของไต้หวัน และการใช้ชีวิตในยุคร่วมสมัย ที่นอกจากจะเป็นการสืบทอดค่านิยมดั้งเดิมแล้ว ยังเป็นการก้าวทันจิตวิญญาณและค่านิยมร่วมสมัย ขณะเดียวกัน ก็คาดหวังว่าจะเป็นการนำเสนอ รูปแบบที่หลากหลายของงานศิลปหัตถกรรมดั้งเดิม ที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของไต้หวัน ตลอดจนเป็นการส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม ระหว่างไต้หวัน – ไทยอีกด้วย


 

นิทรรศการในครั้งนี้ จัดขึ้นติดต่อกันเป็นเวลา วัน นอกจากการจัดแสดงสินค้าแล้ว ยังได้จำแนกผลงานของช่างหัตถศิลป์ ออกเป็น ประเภทหลัก เพื่อสาธิตเทคนิคการสร้างสรรค์ผลงาน ทั้งหมด 18 รอบ อีกทั้งจัดให้มีกิจกรรมทดลองสัมผัสกับงานศิลปหัตถกรรมดั้งเดิมของไต้หวัน รวม 34 รอบ และกิจกรรมเวิร์คชอปเทคนิคช่างฝีมือ รอบ เพื่อให้ผู้สนใจมีโอกาสลงมือทำงานหัตถกรรมด้วยตนเอง และคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมทุกรายการจะสามารถทำให้บรรดาผู้เข้าร่วมงาน สัมผัสได้ถึงหัวใจสำคัญของงานศิลปหัตถกรรมในชีวิตประจำวัน และยังคาดหวังว่า จากการร่วมเสวนาแลกเปลี่ยน ระหว่างผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการด้านงานหัตถศิลป์ ระหว่างไต้หวัน – ไทยในครั้งนี้ จะนำมาซึ่งแนวคิดและทิศทางใหม่ ในการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมดั้งเดิม ของทั้งสองฝ่ายในอนาคตต่อไป