:::

ปธน.ไช่ฯ เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลาง

เพื่อทำความเข้าใจกับสถานการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลาง ประธานาธิบดี ไช่อิงเหวิน ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา (ภาพจากทำเนียบประธานาธิบดี)

เพื่อทำความเข้าใจกับสถานการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลาง ประธานาธิบดี ไช่อิงเหวิน ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา (ภาพจากทำเนียบประธานาธิบดี)

ทำเนียบประธานาธิบดี วันที่ 9 ม.ค. 63

 

เพื่อทำความเข้าใจกับสถานการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลาง ประธานาธิบดี ไช่อิงเหวิน ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์ความขัดแย้งล่าสุดในตะวันออกกลาง ที่อาจส่งผลกระทบต่อไต้หวัน จากตัวแทนระดับสูงของสภาความมั่นคงแห่งชาติ กรมความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม คณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ และกระทรวงเศรษฐการ


 

หลังจากที่ได้รับฟังรายงานสถานการณ์ล่าสุด จากตัวแทนทุกหน่วยงานแล้ว ปธน.ไช่ฯ จึงได้ให้คำชี้แนะต่างๆ อาทิ การรักษาเสถียรภาพของตลาดหุ้นและตลาดเงินของไต้หวัน อุปทานด้านพลังงาน ความปลอดภัยของชาวไต้หวันที่พำนักอาศัยอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง และสถานการณ์ความมั่นคงระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน


 

ประการแรก ในส่วนของตลาดหลักทรัพย์และตลาดเงินของไต้หวัน ภาพรวมของเศรษฐกิจขั้นพื้นฐานภายในประเทศจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แต่เพื่อรับมือกับผลกระทบระยะสั้นที่อาจเกิดขึ้นตามมา ปธน.ไช่ฯ ได้กำชับให้กระทรวงการคลัง คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงิน และธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ติดตามสถานการ์ณและปัจจัย ที่อาจทำให้เกิดความผันผวนในตลาดหลักทรัพย์ และดูแลให้ตลาดมีเสถียรภาพตามปกติ หากเกิดความแปรปรวน หรือเกิดเหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ต้องเร่งดำเนินการตามกลไกความมั่นคงของประเทศในทันที โดยใช้มาตรการที่จำเป็น เพื่อธำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพทางการเงินภายในประเทศ


 

ประการที่ 2 ในส่วนของอุปทานด้านพลังงาน ปริมาณน้ำมันปิโตรเลียมสำรองของประเทศ สามารถใช้งานได้นานกว่าร้อยวันขึ้นไป จึงไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลมากนัก ปธน.ไช่ฯ จึงขอให้ประชาชนคลายความวิตก พร้อมชี้แนะให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเสริมสร้างกลไกรักษาเสถียรภาพราคา เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคประชาชน


 

ประการที่ 3 ในด้านความปลอดภัยของชาวไต้หวัน ที่พำนักอยู่ในพื้นที่เขตตะวันออกกลาง ปธน.ไช่ฯ ได้กำชับให้กระทรวงการต่างประเทศ ติดตามสถานการณ์ในแถบอิหร่านอย่างใกล้ชิด และเร่งวางแผนมาตรการติดต่อและคุ้มครองชาวไต้หวันที่อาศัยอยู่ที่นั่น หากเกิดความจำเป็น ต้องเร่งติดต่อและให้ความช่วยเหลือแก่ชาวไต้หวันในพื้นที่ เดินทางกลับสู่ประเทศโดยเร็ว พร้อมกันนี้ ก็ต้องให้ความช่วยเหลือเหล่านักท่องเที่ยวชาวไต้หวัน ที่อยู่ในนพื้นที่ เดินทางกลับสู่ไต้หวันโดยสวัสดิภาพเช่นกัน


 

ประการสุดท้าย ในส่วนของสถานการณ์ความมั่นคงระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน ปธน.ไช่ฯ ได้กำชับให้กระทรวงกลาโหมจับตาและประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยโดยรอบอย่างใกล้ชิด เพื่อความมั่นคงและปลอดภัยในพื้นที่แถบทะเลไต้หวัน


 

ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ประกอบด้วย นายซูเจินชาง นายกรัฐมนตรี นายหลี่ต้าเหวย เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายอู๋เจาเซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเหยียนเต๋อฟา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  นายเซิ่นหรงจิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ นายชิวกั๋วเจิ้ง อธิบดีกรมความมั่นคงแห่งชาติ และคณะกรรมการที่ปรึกษาสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นต้น