ช้ามไปยังส่วนข้อมูลหลัก
ความตกลงว่าด้วยการหลีกเลี่ยงและป้องกันการเก็บภาษีซ้ำซ้อน ระหว่างไต้หวันและสาธารณรัฐเช็ก มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2021 เป็นต้นไป
2020-07-10
New Southbound Policy。ความตกลงว่าด้วยการหลีกเลี่ยงและป้องกันการเก็บภาษีซ้ำซ้อน ระหว่างไต้หวันและสาธารณรัฐเช็ก จะมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2021 เป็นต้นไป (กระทรวงการคลังไต้หวัน)
ความตกลงว่าด้วยการหลีกเลี่ยงและป้องกันการเก็บภาษีซ้ำซ้อน ระหว่างไต้หวันและสาธารณรัฐเช็ก จะมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2021 เป็นต้นไป (กระทรวงการคลังไต้หวัน)

กระทรวงการคลังไต้หวัน วันที่ 8 ก.ค. 63

 

กระทรวงการคลัง สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) (Ministry of Finance, MOF) แถลงว่า ความตกลงว่าด้วยการหลีกเลี่ยงและป้องกันการเก็บภาษีซ้ำซ้อน (Agreement Between the Taipei Economic and Cultural Office) ที่ไต้หวันและสาธารณรัฐเช็ก ได้ร่วมลงนามในวันที่ 12 ธ.ค. 2017 ทั้งสองฝ่ายต่างบรรลุฉันทามติในการดำเนินการตามข้อตกลงอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ปี 2021 เป็นต้นไป และให้ความตกลงฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. 2020 เป็นต้นไป โดยสาธารณรัฐเช็กนับเป็นประเทศลำดับที่ 33 ที่มีความตกลงด้านการเก็บภาษีอย่างครอบคลุมกับไต้หวัน เชื่อว่าความตกลงฉบับนี้จะสามารถช่วยลดอุปสรรคด้านการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในด้านการจัดเก็บภาษีระหว่างกัน ทั้งในทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ความร่วมมือทางอุตสาหกรรม และการแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยี


 

ทั้งนี้ ไต้หวันและประเทศเพื่อนบ้านของสาธารณรัฐเช็ก เช่น สาธารณรัฐโปแลนด์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สาธารณรัฐออสเตรีย ฮังการี และสาธารณรัฐสโลวัก ต่างได้ร่วมลงนามในความตกลงดังกล่าว และมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การที่ความตกลงว่าด้วยการหลีกเลี่ยงและป้องกันการเก็บภาษีซ้ำซ้อน ระหว่างไต้หวัน – เช็ก มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ จะทำให้เครือข่ายความร่วมมือภายใต้ข้อตกลง ระหว่างไต้หวันและประเทศต่างๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของภูมิภาคยุโรป มีความสมบูรณ์ไปอีกขั้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อนักธุรกิจไต้หวันในการวางแผนการขยายตลาดสู่ยุโรป และได้รับสิทธิประโยชน์ในการจ่ายภาษีอย่างสมเหตุสมผล รวมถึงแก้ไขและป้องกันปัญหาการถูกเรียกเก็บภาษีซ้ำซ้อนในทำธุรกิจแบบข้ามประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถนำเอาปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์ในด้านการจัดสรรทรัพยากรและกลไกทางการตลาด มาใช้ในการพัฒนาธุรกิจและการวางแผนการตลาดต่อไป


 

ในอนาคต MOF จะยึดมั่นในหลักการเอื้อประโยชน์แบบเท่าเทียม ผลักดันการลงนามความตกลงว่าด้วยการหลีกเลี่ยงและป้องกันการเก็บภาษีซ้ำซ้อน กับประเทศที่มีมีความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ การลงทุนและการค้าอย่างใกล้ชิด รวมถึงประเทศเป้าหมายตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่ที่มีความสมัครใจ รวมถึงประเทศในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก ทั้งนี้ เพื่อสร้างหลักประกันด้านการเก็บภาษีที่เป็นธรรมให้กับนักธุรกิจไต้หวัน ที่มีความประสงค์ในการวางกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจทั่วโลกต่อไป