:::

การประชุมว่าด้วยการจัดตั้งสมาคมมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไต้หวัน – ไทย ครั้งที่ 3 เปิดฉากแล้ว

New Southbound Policy。เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. นายจ้าวเทียนหลิน (คนกลางที่ถือธงชาติไต้หวันและไทย) สมาชิกสภานิติบัญญัติพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ได้จัดการประชุม “สมาคมมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไต้หวัน - ไทย” ครั้งที่ 3 พร้อมเข้ารับตำแหน่งประธานสมาคมฯ ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 (สำนักงาน ส.ส.จ้าวเทียนหลิน)
เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. นายจ้าวเทียนหลิน (คนกลางที่ถือธงชาติไต้หวันและไทย) สมาชิกสภานิติบัญญัติพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ได้จัดการประชุม “สมาคมมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไต้หวัน - ไทย” ครั้งที่ 3 พร้อมเข้ารับตำแหน่งประธานสมาคมฯ ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 (สำนักงาน ส.ส.จ้าวเทียนหลิน)

สาระสำคัญของเนื้อข่าว :
♦ เป้าหมายในอนาคตของสมาคมมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไต้หวัน - ไทย คือการเร่งเสริมสร้างการทูตรัฐสภาระหว่างไต้หวัน - ไทยในเชิงลึก มุ่งเน้นความสัมพันธ์แบบทวิภาคีที่เป็นรูปธรรมในยุคหลังโควิด – 19

♦ ในปี 2019 ยอดการลงทุนของนักธุรกิจไต้หวันในไทยที่ได้รับอนุมัติ มีมูลค่ารวมกว่า 28,380 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 278.2 ส่วนยอดการลงทุนจากนักธุรกิจไทยที่เดินทางมาลงทุนในไต้หวัน ก็พุ่งทำลายสถิติเป็นประวัติการณ์ เติบโตขึ้นจากมากถึง 10 เท่าตัว

♦ การที่สภานิติบัญญัติได้จัดตั้งสมาคมมิตรภาพฯ ขึ้น ก็เพื่อผลักดันภารกิจทางการทูตที่กระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศ “ไม่สามารถทำได้ และไม่สามารถเอ่ยออกมาได้” ทั้งนี้ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการยกระดับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศให้ก้าวไปสู่อีกระดับหนึ่ง
-------------------------------------------

สำนักงาน ส.ส.จ้าวเทียนหลิน วันที่ 16 ธ.ค. 63

 

นายจ้าวเทียนหลิน สมาชิกสภานิติบัญญัติ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ที่สังกัดพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ได้มุ่งมั่นดำเนินภารกิจการทูตภาคประชาชนและการทูตรัฐสภาระหว่างไต้หวัน – ไทยอย่างกระตือรือร้นมาเป็นเวลานาน โดยเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการจัดการประชุม “สมาคมมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไต้หวัน - ไทย” (Inauguration Ceremony of Taiwan - Thailand Inter - Parliamentary Amity Association) ครั้งที่ 3 ขึ้น ณ สภานิติบัญญัติไต้หวัน ภายใต้การสนับสนุนของสมาชิกสมาคมฯ นายจ้าวเทียนหลินได้รับเลือกให้เป็นประธานสมาคมติดต่อกันเป็นปีที่ 3 โดยมีนายจวงรุ่ยสวง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งไต้หวัน ทำหน้าที่เป็นรองประธานในสมัยแรก นายจ้าวฯ ชี้แจงว่า “เป้าหมายในอนาคตของสมาคม คือการเร่งเสริมสร้างการทูตรัฐสภาระหว่างไต้หวัน - ไทยในเชิงลึก มุ่งเน้นความสัมพันธ์แบบทวิภาคีที่เป็นรูปธรรมในยุคหลังโควิด – 19 โดยหลังจากโรคระบาดผ่านพ้นไป ทางสมาคมฯ จะเชิญนายโหยวซีคุณ ประธานสภานิติบัญญัติ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) จัดคณะตัวแทนเดินทางไปเยือนประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นคณะแรกในแผนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อระเบียงการเดินทางท่องเที่ยว (travel corridors) ระหว่างไต้หวัน - ไทย”

 

นายจ้าวฯ ชี้แจงว่า ไต้หวัน - ไทยมีความความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างแนบแน่นในด้านเศรษฐกิจและการค้า ภายใต้การผลักดันนโยบายมุ่งใต้ใหม่ของประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ประกอบกับความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทย - ไต้หวันของนายธงชัย ชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) ส่งผลให้ในปี 2019 ยอดการลงทุนของนักธุรกิจไต้หวันในไทยที่ได้รับอนุมัติ มีมูลค่ารวมกว่า 28,380 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 278.2 ส่วนยอดการลงทุนจากนักธุรกิจไทยที่เดินทางมาลงทุนในไต้หวัน ก็พุ่งทำลายสถิติเป็นประวัติการณ์ เติบโตขึ้นจากมากถึง 10 เท่าตัว โดยในปัจจุบัน ไต้หวันเป็นประเทศแหล่งที่มาของเงินลงทุนที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 และเป็นหุ้นส่วนทางการค้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 10 ของไทย โดยนายจ้าวฯ คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า “ไต้หวัน – ไทยจะร่วมเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าแบบทวิภาคีในเชิงลึกระหว่างกันต่อไป”

 

นายถงเจิ้นหยวน อดีตผู้แทนรัฐบาลไต้หวันประจำประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการกิจการชาวจีนโพ้นทะเล(OCAC) สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) กล่าวว่า ไทยเป็นพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับไต้หวันมาเป็นเวลานาน ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา นอกจากการแลกเปลี่ยนระหว่างภาคประชาชน การลงทุน และการแลกเปลี่ยนนักศึกษา จะสามารถทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้ว หากมองในแง่จำนวนนักท่องเที่ยว มิตรสหายชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไต้หวันมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 112 ส่วนนักศึกษาไทยที่เดินทางมาเข้ารับการศึกษาในสถาบันการศึกษาของไต้หวัน ก็มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 126

 

นายธงชัย ชาสวัสดิ์ ผอญ. สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) กล่าวว่า ในปัจจุบันนี้ มีประชาชนชาวไต้หวันจำนวน 500,000 คนพำนักอาศัยอยู่ที่ไทย ส่วนในไต้หวัน ก็มีแรงงานไทยและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวไทยที่พำนักในพื้นที่ต่างๆ ของไต้หวันเป็นจำนวนรวมกว่า 200,000 คน มิตรภาพระหว่างภาคประชาชนเป็นบทพิสูจน์ที่สะท้อนให้เห็นถึงมิตรภาพที่แท้จริงระหว่างสองประเทศ การที่สภานิติบัญญัติได้จัดตั้งสมาคมมิตรภาพฯ ขึ้น ก็เพื่อผลักดันภารกิจทางการทูตที่กระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศ “ไม่สามารถทำได้ และไม่สามารถเอ่ยออกมาได้” ทั้งนี้ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการยกระดับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศให้ก้าวไปสู่อีกระดับหนึ่ง

 

จุดประสงค์ในการก่อตั้ง “สมาคมมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไต้หวัน – ไทย” เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนมิตรภาพระหว่างสมาชิกรัฐสภา และหน่วยงานรัฐบาลทุกระดับระหว่างสองประเทศ และเพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการเสริมสร้างมิตรภาพและความเข้าใจระหว่างกัน ตลอดจนเสริมสร้างการทูตรัฐสภา อันจะนำไปสู่การยกระดับความสัมพันธ์แบบทวิภาคีในเชิงลึก พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสะท้อนให้เห็นถึงความคิดเห็นของภาคประชาชน และเร่งให้รัฐบาลไต้หวันกำหนดนโยบายที่เป็นรูปธรรมต่อไป ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ภารกิจด้านการทูต เศรษฐกิจและการค้า การศึกษาและวัฒนธรรม รวมถึงกิจการชาวจีนโพ้นทะเล เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยในปัจจุบันสมาคมมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไต้หวัน – ไทย มีสมาชิกทั้งสิ้น 41 คน