ช้ามไปยังส่วนข้อมูลหลัก
การประชุมเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลก ครั้งที่ 5 (INC-5) เปิดฉากแล้ว เพื่อร่วมกำหนดแผนแก้ไขปัญหามลพิษด้วยความเห็นพ้องของทั่วโลก
2024-11-26
New Southbound Policy。การประชุมเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลก ครั้งที่ 5 (INC-5) เปิดฉากแล้ว เพื่อร่วมกำหนดแผนแก้ไขปัญหามลพิษด้วยความเห็นพ้องของทั่วโลก (ภาพจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม)
การประชุมเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลก ครั้งที่ 5 (INC-5) เปิดฉากแล้ว เพื่อร่วมกำหนดแผนแก้ไขปัญหามลพิษด้วยความเห็นพ้องของทั่วโลก (ภาพจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม)

กระทรวงสิ่งแวดล้อม วันที่ 25 พ.ย. 67
 
การประชุมเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลก ครั้งที่ 5  (INC-5) เปิดฉากขึ้น ณ เมืองปูซานแห่งเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 โดยมีกำหนดจัดขึ้นเป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน กระทรวงสิ่งแวดล้อม (MOENV) สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้จัดคณะตัวแทนเข้าร่วม เพื่อเข้าสังเกตการณ์การเจรจาในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสหประชาชาติ (UN) คาดว่าร่างสนธิสัญญาระหว่างประเทศฉบับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย ภายในปี พ.ศ. 2567 เพื่อร่วมกำหนดแผนปฏิบัติการด้านการบริหารจัดการมลพิษจากพลาสติกที่ได้รับความเห็นชอบจากประชาคมโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรลุก้าวแรกของการยุติปัญหามลพิษจากพลาสติก ซึ่งไต้หวันจะร่วมเดินหน้าไปพร้อมกับประชาคมโลก เพื่อศึกษาสาระสำคัญของสนธิสัญญา พร้อมทั้งประสานความร่วมมือในการเผชิญหน้ากับปัญหาที่ทุกฝ่ายต้องเผชิญร่วมกัน รวมทั้งแสวงหาแนวทางการแก้ไข ควบคู่ไปกับการกำหนดเป้าหมายการลดการใช้พลาสติก ด้วยการอ้างอิงตามสนธิสัญญา
 
นายเผิงฉี่หมิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดลล้อม สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ชี้ว่า MOENV จะติดตามความคืบหน้าของการประชุมเจรจา INC-5 อย่างใกล้ชิด โดยรัฐบาลไต้หวันจะดำเนินการพิจารณาแก้ไขเป้าหมายการลดการใช้พลาสติกที่ได้รับการบัญญัติไว้ในปี พ.ศ. 2561 ควบคู่ไปกับการกำหนดเป้าหมายใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยอ้างอิงจากผลสัมฤทธิ์ของการประชุม INC-5 และมีการวางแผนที่จะเชิญหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมอภิปรายในช่วงต้นปีหน้า (พ.ศ. 2568) พร้อมทั้งร่วมเจรจาหารือกับทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมุ่งผลักดันภารกิจการลดพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ MOENV ยังได้ร่วมหารือเพื่อพิจารณาแก้ไขกฎหมายด้านการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรพลาสติก ผ่านระบบกฎหมายด้วย
 
นางไล่อิ๋งอิ๋ง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรหมุนเวียน กล่าวเพิ่มเติมว่า สนธิสัญญาพลาสติกมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ 4 ประการ ประกอบด้วย (1) ลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียว พร้อมแสวงหาวัสดุทดแทน (2) กำหนดเป้าหมายการออกแบบผลิตภัณฑ์พลาสติกเพื่อเพิ่มความสามารถในการรีไซเคิล (3) การนำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และ (4) บริหารจัดการมลพิษพลาสติกที่มีอยู่ในปัจจุบัน สนง.ทรัพยากรหมุนเวียนจะติดตามความคืบหน้าของด้านการเจรจา พร้อมทั้งผลักดันนโยบายการลดการใช้พลาสติกที่เกี่ยวข้อง หากการประชุมเจรจาในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ประกอบกับสนธิสัญญาพลาสติกมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ไต้หวันจะเร่งรวบรวมมาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องในปัจจุบัน พร้อมอ้างอิงแนวโน้มระหว่างประเทศ จัดตั้งกลไกการจัดสรรงานอย่างเป็นระบบ เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดพลาสติกผ่านการผลักดันกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนต่างๆ
 
ในระหว่างการประชุมเจรจาครั้งนี้ นอกจากจะมีการประชุมอย่างเป็นทางการแล้ว กระทรวงสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานภาครัฐด้านสิ่งแวดล้อมเกาหลีใต้ (Korea Environment Corporation, K-eco) ยังได้ร่วมจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยกิจกรรมรอบนอกจัดขึ้นในหัวข้อ “ทบทวนวงจรชีวิตของพลาสติก” (Rethinking Plastic Life) โดยมุ่งมั่นที่จะสร้างแพลตฟอร์มการอภิปรายที่มีพลวัตสำหรับการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการหมุนเวียนทรัพยากรและนวัตกรรมในระดับโลก

MOENV แถลงอีกว่า เพื่อส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากร ในปีนี้จึงได้มีการจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรพลาสติกขึ้นเพื่อเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงทุกฝ่าย ทั้งจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรมและภาควิชาการ และให้คำชี้แนะด้านนโยบาย รวมทั้งให้การสนับสนุนทางเทคโนโลยี เพื่อให้ความช่วยเหลืออุตสาหกรรมพลาสติกของไต้หวัน ในการรับมือกับสนธิสัญญาพลาสติกโลก พร้อมทั้งให้คำชี้แนะด้านการเปลี่ยนผ่านทางอุตสาหกรรม ในอนาคตจะมี่การดำเนินการตามเนื้อหาของสนธิสัญญาพลาสติก ในการกำหนดเป้าหมายการลดพลาสติกที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ตลอดจนผลักดันมาตรการลดพลาสติกในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่