ช้ามไปยังส่วนข้อมูลหลัก
รัฐสภาสหรัฐฯ มีมติผ่าน “กฎหมายการป้องกันประเทศ” (NDAA 2025) ซึ่งบัญญัติแผนริเริ่มในความร่วมมือด้านความมั่นคง ระหว่างไต้หวัน - สหรัฐฯ
2024-12-23
New Southbound Policy。รัฐสภาสหรัฐฯ มีมติผ่าน “กฎหมายการป้องกันประเทศ” (NDAA 2025) ซึ่งบัญญัติแผนริเริ่มในความร่วมมือด้านความมั่นคง ระหว่างไต้หวัน - สหรัฐฯ (ภาพจากกระทรวงการต่างประเทศ)
รัฐสภาสหรัฐฯ มีมติผ่าน “กฎหมายการป้องกันประเทศ” (NDAA 2025) ซึ่งบัญญัติแผนริเริ่มในความร่วมมือด้านความมั่นคง ระหว่างไต้หวัน - สหรัฐฯ (ภาพจากกระทรวงการต่างประเทศ)

กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 20 – 21 ธ.ค. 67
 
เมื่อวันที่ 11 และ 18 ธันวาคม 2567 ตามเวลาในเขตตะวันออกของสหรัฐฯ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาของสหรัฐฯ ได้ทยอยลงมติเห็นชอบต่อ “กฎหมายการป้องกันประเทศ” (National Defense Authorization Act, NDAA) ประจำปี พ.ศ. 2568 ซึ่งนอกจากจะกำหนดให้ “แผนริเริ่มทางความร่วมมือด้านความมั่นคงของไต้หวัน” (Taiwan Security Cooperation Initiative) และสาระสำคัญของโครงการความร่วมมือไต้หวัน-สหรัฐฯ ด้านการแพทย์ฉุกเฉินทางทหารไต้หวัน – สหรัฐฯ ถูกบัญญัติเข้าสู่เนื้อความในกฎหมาย NDAA ข้างต้นแล้ว ยังได้ส่งเสริมให้สหรัฐฯ และกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป มุ่งเสริมสร้างความสัมพันธ์กับไต้หวัน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนศักยภาพการป้องกันประเทศของไต้หวันในเชิงลึก ตลอดจนมุ่งยกระดับความร่วมมือทางอุตสาหกรรมกลาโหมในเชิงลึก ระหว่างไต้หวัน - สหรัฐฯ ต่อไป
 
กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ขอขอบคุณรัฐสภาสหรัฐฯ ที่ให้การสนับสนุนความร่วมมือด้านความมั่นคง ระหว่างไต้หวัน – สหรัฐฯ รวมไปถึงความมั่นคงของไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ผ่านการบัญญัติกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งญัตติ NDAA ข้างต้นจะยื่นส่งให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เป็นผู้ลงนาม เพื่อประกาศบังคับใช้อย่างเป็นทางการต่อไป
 
นอกจากนี้ กต.ไต้หวันได้รับแจ้งจากรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า รัฐสภาสหรัฐฯ ได้ประกาศอนุมัติจำหน่ายแผนปฏิบัติการอัปเกรดระบบ Link-16 และ “ชิ้นส่วนของปืนใหญ่ OTO Melara 76 mm” ด้วยงบประมาณมูลค่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งกต.สหรัฐฯ รู้สึกยินดีและขอบคุณต่อรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติตามคำมั่นด้านความมั่นคงที่มีต่อไต้หวัน ตามที่ระบุไว้ใน “กฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวัน” และ “หลักประกัน 6 ประการ” นับตั้งแต่ที่ Mr. Antony Blinken ประกาศเน้นย้ำว่า ไต้หวันมิใช่ประเด็นของจีน แต่เป็นประเด็นร่วมกันของทั่วโลก ประกอบกับ “รายงานศักยภาพทางทหารของจีน” ที่ประกาศโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ระบุชัดว่า จีนมุ่งสร้างแรงกดดันต่อไต้หวันอย่างต่อเนื่อง นายหลินเจียหรง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) รู้สึกขอบคุณต่อการที่หน่วยงานบริหารและรัฐสภาของสหรัฐฯ แบบข้ามพรรค ต่างแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและการสนับสนุนต่อสันติภาพและเสถียรภาพของช่องแคบไต้หวัน อย่างหนักแน่น
 
การจำหน่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ไต้หวันในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 19 หลังจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ในปีพ.ศ. 2564 เป็นต้นมา แสดงให้เห็นว่า สหรัฐฯ ได้ดำเนินนโยบายในการอนุมัติจำหน่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ไต้หวันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ให้ความสำคัญต่อความต้องการด้านกลาโหมของไต้หวันเป็นอย่างมาก พร้อมให้ความช่วยเหลือไต้หวันอย่างทันท่วงที ด้วยการส่งมอบยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นด้านการป้องกันประเทศมาให้ ทั้งนี้ เพื่อช่วยยกระดับแสนยานุภาพในการยับยั้งและสกัดกั้นการถูกโจมตีจากจีนด้วยกำลังทหารและกลยุทธ์พื้นที่สีเทา