
กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 5 ก.พ. 68
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 นายหลินเจียหรง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ให้การต้อนรับและเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่คณะตัวแทนอุตสาหกรรมกลาโหมของเอสโตเนีย โดยมี Mr. Kristo Enn Vaga ประธานกลุ่มพันธมิตรไต้หวันในรัฐสภาเอสโตเนีย ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะ ที่ประกอบด้วย Mr. Kalle Laanet สมาชิกรัฐสภาระดับอาวุโสซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรมเอสโตเนีย รวมถึงคณะตัวแทนผู้ประกอบการด้านกลาโหม เดินทางเยือนไต้หวันในช่วงระหว่างวันที่ 4 – 8 กุมภาพันธ์ 2568 โดยทั้งสองฝ่ายได้ร่วมแลกเปลี่ยนกันในประเด็นความร่วมมือด้านนวัตกรรมอุตสาหกรรมกลาโหม ระหว่างไต้หวัน – เอสโตเนีย ความทรหดของภาคประชาสังคม และสถานการณ์สงครามรัสเซีย – ยูเครน
รมว.หลินฯ กล่าวว่า ไต้หวัน – เอสโตเนีย ต่างเคยก้าวผ่านยุคสมัยที่มีการปกครองด้วยระบอบเผด็จการ จึงรู้สึกถนอมรักษาเสรีภาพและประชาธิปไตยที่ได้มาอย่างยากลำบาก หลายปีมานี้ กลุ่มประเทศลัทธิอำนาจนิยมมุ่งขยายอิทธิพลอย่างต่อเนื่อง นอกจากไฟสงครามรัสเซีย – ยูเครน ที่ยังไม่มอดดับ จีนยังประกาศซ้อมรบในพื้นที่รอบน่านน้ำไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเมื่อเร็วๆนี้ ทะเลบอลติกและน่านน้ำในช่องแคบไต้หวัน ต่างก็ประสบเหตุการณ์ที่สายเคเบิลใต้น้ำถูกทำลายจนไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งล้วนแต่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความร่วมมือ ระหว่างพันธมิตรแห่งประชาธิปไตย นอกจากนี้ รมว.หลินฯ ยังได้ระบุอีกว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ตนได้นำ “คณะตัวแทนอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับของไต้หวัน” เดินทางเยือนลิทัวเนีย เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการร่วมจัดตั้งห่วงโซ่อุปทานแห่งประชาธิปไตย กับกลุ่มประเทศที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกัน รมว.หลินฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับคณะตัวแทนจากเอสโตเนียในครั้งนี้ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะขยายขอบเขตความร่วมมือที่เปี่ยมศักยภาพของทั้งสองฝ่าย ในภายภาคหน้าต่อไป
Mr.Kristo กล่าวว่า พันธมิตรด้านประชาธิปไตยต่างตระหนักดีว่า หากหุ้นส่วนที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกันไม่ประสานความร่วมมือในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน ก็อาจก่อให้เกิดเป็นภัยคุกคามแอบแฝงต่อความมั่นคงของประเทศชาติ เนื่องจากไต้หวัน – เอสโตเนีย ต่างต้องประสบกับการโจมตีด้วยข่าวปลอมแทบทุกวัน อีกทั้งสายเคเบิลใต้ทะเลของทั้งสองประเทศ ก็ถูกทำลายจนไม่สามารถใช้งานได้ Mr.Kristo จึงขอเรียกร้องให้พันธมิตรประชาธิปไตยประสานสามัคคีกัน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามและความท้าทายนานาประการ โดย Mr. Kristo ได้ให้คำมั่นสัญญาว่า ในอนาคต จะมุ่งส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์แบบทวิภาคี ระหว่างไต้หวัน – เอสโตเนีย ในเชิงลึกต่อไป
ในระหว่างงานเลี้ยงอาหารกลางวัน รมว.หลินฯ ยังได้แสดงความขอบคุณต่อบริษัท Motex Healthcare Group และ Taiwan Champ Manufacturing Co., Ltd. ที่บริจาคหน้ากากอนามัยจำนวน 1.11 ล้านชิ้นให้แก่ยูเครนและเอสโตเนีย ในช่วงที่คณะตัวแทนจากเอสโตเนียเดินทางเยือนไต้หวัน แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมของไต้หวัน โดยมีนายอู๋จื้อจง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีบริจาค รมช.อู๋ฯ กล่าวว่า นับตั้งแต่ที่สงครามรัสเซีย – ยูเครน ปะทุขึ้นเป็นต้นมา ไต้หวันได้ประสานความร่วมมือกับกลุ่มประเทศที่มีแนวคิดคล้ายคลึงในการให้ความช่วยเหลือแก่ยูเครน อันจะเห็นได้จากเมื่อเดือนมิถุนายนของปีที่แล้ว สำนักงานตัวแทนรัฐบาลไต้หวันในลัตเวียกับศูนย์เอสโตเนียเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (Estonian Centre for International Development, ESTDEV) ได้ร่วมลงนามข้อตกลงว่าด้วยการบริจาคเงินจำนวน 1.1 ล้านเหรียญยูโร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยฟื้นฟูบูรณะศูนย์รับเลี้ยงเด็กกำพร้าในยูเครน โดยการบริจาคในครั้งนี้เป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการแพทย์ของไต้หวัน และเป็นการนำเสนอให้เห็นว่า ไต้หวันเป็นพลังแห่งความดีงามของประชาคมโลก (Taiwan Can Help, and Taiwan is Helping)
คณะตัวแทนมีกำหนดการเข้าพบคารวะรองประธานาธิบดีเซียวเหม่ยฉินแห่งสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองที่รมว.หลินฯ และนายอู๋เจาเซี่ย เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ นอกจากนี้ ยังมีกำหนดการเข้าเยี่ยมชมหน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงกลาโหม สมาคมพัฒนาอุตสาหกรรมกลาโหมไต้หวัน ตลอดจนเข้าเยี่ยมชมสถาบันวิจัยและพัฒนานวัตกรรม AI ที่ใช้สำหรับอากาศยานไร้คนขับในภูมิภาคเอเชีย รวมไปถึงการร่วมแลกเปลี่ยนกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมกลาโหมของไต้หวัน