ช้ามไปยังส่วนข้อมูลหลัก
ปธน.สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ให้การต้อนรับ Mr. Matthew Pottinger อดีตรองที่ปรึกษาความมั่นคงของทำเนียบขาวแห่งสหรัฐอเมริกา และคณะ
2025-02-18
New Southbound Policy。ปธน.สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ให้การต้อนรับ Mr. Matthew Pottinger อดีตรองที่ปรึกษาความมั่นคงของทำเนียบขาวแห่งสหรัฐอเมริกา และคณะ (ภาพจากทำเนียบประธานาธิบดี)
ปธน.สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ให้การต้อนรับ Mr. Matthew Pottinger อดีตรองที่ปรึกษาความมั่นคงของทำเนียบขาวแห่งสหรัฐอเมริกา และคณะ (ภาพจากทำเนียบประธานาธิบดี)

ทำเนียบประธานาธิบดี วันที่ 17 ก.พ. 68
 
เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้ให้การต้อนรับ Mr. Matthew Pottinger อดีตรองที่ปรึกษาความมั่นคงของทำเนียบขาวแห่งสหรัฐอเมริกา โดยปธน.ไล่ฯ ได้แสดงความขอบคุณต่อการเดินทางเยือนของคณะตัวแทนที่แสดงให้เห็นถึงความสนับสนุนที่มีต่อไต้หวันอย่างหนักแน่น พร้อมกล่าวว่า เมื่อต้องเผชิญกับความเสี่ยงและความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และความมั่นคงในระดับภูมิภาค ที่เกิดจากการผนึกกำลังของกลุ่มประเทศลัทธิอำนาจนิยม มีเพียงการมุ่งเสริมสร้างแสนยานุภาพทางกลาโหมเท่านั้น จึงจะสามารถสกัดกั้นการรุกรานจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเป็นการธำรงรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันและระดับโลก ในอนาคต ไต้หวันจะมุ่งยกระดับศักยภาพการป้องกันประเทศด้วยการพึ่งพาตนเอง โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะกระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯ ในเชิงลึก และหวังที่จะร่วมสร้าง “ระบบห่วงโซ่อุปทานที่เป็นอิสระจากการพึ่งพาจีน” (Non – red Supply Chain) กับสหรัฐฯ ตลอดจนส่งเสริมให้ไต้หวัน สหรัฐฯ และพันธมิตรแห่งประชาธิปไตย จะยังคงสามารถรักษาข้อได้เปรียบทางเทคโนโลยีไว้ได้อย่างต่อเนื่อง
 
ปธน.ไล่ฯ กล่าวว่า ตนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับ Mr. Pottinger และ พลเรือตรี Mark Montgomery ที่เดินทางมาเยือนไต้หวันอีกครั้ง ซึ่งเมื่อเดือนมิถุนายนของปีที่แล้ว Mr. Pottinger และ Mr. Ivan Kanapathy ได้เดินทางมาเยือนไต้หวัน เพื่อเข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือที่เรียบเรียงร่วมกัน ในชื่อ “The Boiling Moat: Urgent Steps to Defend Taiwan” ในระหว่างนั้น อาคันตุกะทั้งสองท่านนี้ ยังได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมทำเนียบปธน. เพื่อพูดคุยหารือกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐไต้หวัน ทั้งในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวัน - สหรัฐฯ และสถานการณ์ในภูมิภาค เป็นต้น
 
หลังจากเวลาล่วงเลยไป 8 เดือน เราทั้งสองฝ่ายได้กลับมาพบปะกันอีกครั้ง ปธน.ไล่ฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ทราบข่าวว่า Mr. Kanapathy ได้รับการบรรจุเข้าทำงานในทำเนียบขาวแห่งสหรัฐฯ ซึ่งหนังสือในชื่อ “The Boiling Moat” ฉบับภาษาจีน ก็เตรียมจะวางจำหน่ายในไต้หวันแล้วเช่นกัน โดยสาระสำคัญของหนังสือเล่มนี้คือการสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองความสัมพันธ์แบบพหุภาคี ระหว่างไต้หวัน สหรัฐฯ และจีน ที่ได้จากการสังเกตการณ์ของผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ และชี้ให้เห็นแนวทางการเสริมสร้างความมั่นคงทางกลาโหม และการสร้างความยืดหยุ่นที่ครอบคลุมของไต้หวัน เชื่อว่า ผู้อ่านชาวไต้หวันจะได้รับข้อคิดมากมายจากหนังสือเล่มนี้
 
ปธน.ไล่ฯ ระบุว่า นับเป็นครั้งที่ 4 ที่พลเรือตรี Montgomery เดินทางเยือนไต้หวัน ซึ่งเขาเฝ้าจับตาต่อประเด็นที่เกี่ยวข้องกับไต้หวันเสมอมาเป็นเวลานาน การรวมตัวของมิตรสหายที่ให้การสนับสนุนไต้หวันในครั้งนี้ ก็เพื่อร่วมหารือถึงทิศทางความร่วมมือในอนาคต ระหว่างไต้หวัน – สหรัฐฯ เมื่อต้องเผชิญกับการผนึกกำลังของกลุ่มประเทศลัทธิอำนาจนิยม ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงและความท้าทายต่อสถานการณ์การเมืองเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และความมั่นคงในภูมิภาค พวกเราต่างก็ยึดมั่นในแนวคิดร่วมกัน นั่นก็คือการพิชิตสันติภาพด้วยศักยภาพ มีเพียงการเสริมสร้างศักยภาพทางกลาโหม ด้วยการก่อ “กำแพงเมืองที่แน่นหนา” จึงจะสามารถก่อให้เกิดเป็นพลังสกัดกั้นที่มีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การปกป้องสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันและระดับโลกต่อไป
 
ปธน.ไล่ฯ แถลงว่า ในอนาคต ไต้หวันจะมุ่งยกระดับศักยภาพการป้องกันประเทศด้วยการพึ่งพาตนเองอย่างต่อเนื่อง พร้อมหวังที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนในเชิงลึกกับสหรัฐฯ ในการสร้างความร่วมมือด้านต่างๆ ต่อไป ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้าและพลังงาน ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความร่วมมือทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สำคัญ
 
ปธน.ไล่ฯ เชื่อว่า หากไต้หวัน – สหรัฐฯ ประสานความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น นอกจากจะส่งผลดีต่อการพัฒนาด้านความมั่นคงของทั้งสองฝ่ายแล้ว ยังสอดคล้องต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน ระหว่างไต้หวัน – สหรัฐฯ อีกด้วย
 
โดย Mr. Pottinger กล่าวว่า ต่อกรณีที่ปธน.ไล่ฯ ได้ประกาศว่า จะทำการยกระดับให้งบประมาณทางกลาโหม สามารถบรรลุเป้าหมายที่ร้อยละ 3 ของ GDP ถือเป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับงบประมาณทางกลาโหมของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการยกระดับศักยภาพทางกลาโหม ระหว่างไต้หวัน – สหรัฐฯ
 
Mr. Pottinger หยิกยกคติพจน์ของ ปธน.ไล่ฯ ที่ว่า “การพิชิตสันติภาพด้วยศักยภาพ” มาประกอบการอธิบายว่า ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เป็นช่วงเวลาแห่งการผงาดขึ้นของเหล่ารัฐบาลที่ฝักใฝ่ระบอบเผด็จการและการรุกราน ซึ่งพวกเราต่างก็มาถูกทางแล้ว H.E. George Washington ผู้นำคนแรกของสหรัฐฯ เคยกล่าวในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งว่า วิธีการรักษาสันติภาพที่ดีที่สุดคือ การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยสงครามอยู่ตลอดเวลา สื่อให้เห็นถึงนัยยะที่คล้ายคลึงกับ “การพิชิตสันติภาพด้วยศักยภาพ”