ช้ามไปยังส่วนข้อมูลหลัก
สภานิติบัญญัติได้มีมติเห็นชอบผ่านวาระ 3 ของญัตติกฎหมายขั้นพื้นฐานสำหรับเยาวชน
2025-12-29
New Southbound Policy。สภานิติบัญญัติได้มีมติเห็นชอบผ่านวาระ 3 ของญัตติกฎหมายขั้นพื้นฐานสำหรับเยาวชน (ภาพจากกระทรวงศึกษาธิการ)
สภานิติบัญญัติได้มีมติเห็นชอบผ่านวาระ 3 ของญัตติกฎหมายขั้นพื้นฐานสำหรับเยาวชน (ภาพจากกระทรวงศึกษาธิการ)

กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 26 ธ.ค. 68

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาบริหารไต้หวันได้มีมติผ่านการพิจารณาร่างญัตติกฎหมายขั้นพื้นฐานสำหรับเยาวชน วาระที่ 3 เพื่อวางรากฐานนโยบายและกรอบโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง รวม 30 มาตรา โดยได้กำหนดนิยามวัยเยาวชน สร้างหลักประกันสิทธิพลเมืองขั้นพื้นฐานของเยาวชนที่มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ โดยรัฐบาลกลางได้จัดตั้งกองทุนการพัฒนาเยาวชน เพื่อคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของเยาวชนรอบด้าน ทั้งในด้านการศึกษา , การประกอบอาชีพ , การพำนักอาศัย , สุขภาพกายใจและการมีส่วนร่วมในการพัฒนากิจการสาธารณะ
 
สาระสำคัญของญัตติข้างต้น สรุปโดยสังเขป ดังนี้ :

1.กำหนดนิยามวัยเยาวชนอย่างชัดเจน และสร้างความยืดหยุ่นในขอบเขตการประยุกต์ใช้นโยบาย :

ญัตติกฎหมายกำหนดให้ “เยาวชน” หมายถึง พลเมืองอายุระหว่าง 18 ถึง 35 ปี อย่างไรก็ตาม เพื่อคำนึงถึงความต้องการในระหว่างการปฏิบัติจริง ตามขอบเขตช่วงวัยในการประยุกต์ใช้นโยบายหรือโครงการบางประการ จึงกำหนดไว้ว่า หากมีข้อบังคับทางกฎหมายฉบับอื่นที่บัญญัติไว้ซึ่งกลุ่มเป้าหมายเยาวชน ก็ให้ยึดตามข้อบังคับนั้นๆ เพื่อคงความเป็นเอกภาพของระบบกฎหมายและความยืดหยุ่นทางนโยบาย
 
2. สร้างหลักประกันสิทธิพลเมืองขั้นพื้นฐานของเยาวชนที่มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ :

ส่งเสริมการเข้ามีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะของกลุ่มเยาวชน , คุ้มครองสิทธิในการมีส่วนร่วม ควบคู่กับการบ่มเพาะบุคลากรเยาวชนด้านกิจการสาธารณะ , ปลูกฝังจิตสำนึกต่อสังคม ตลอดจนสร้างเสริมความตระหนักรู้ด้านประชาธิปไตย พร้อมทั้งกำหนดให้ภายใน 2 ปี นับจากวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ดำเนินการปรับปรุงกฎหมายและระบบที่เกี่ยวข้องให้เกิดความสมบูรณ์ เพื่อบรรลุเป้าหมายการคุ้มครองสิทธิพลเมืองอายุ 18 ปีอย่างเป็นรูปธรรม
 
3. คุ้มครองสิทธิของเยาวชนในทุกมิติอย่างครอบคลุม และสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนรอบด้าน :

กำหนดให้รัฐบาลดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรม เพื่อคุ้มครองสิทธิของเยาวชนในด้านต่าง ๆ อาทิ สังคมและสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน , การเรียนรู้และการศึกษา , การจ้างงานและการพัฒนาอาชีพ , นวัตกรรมและการสร้างอาชีพ , การพำนักอาศัยและการสนับสนุนจากครอบครัว , สุขภาพกายและใจ , สภพแวดล้อมที่เป็นมิตรและเท่าเทียม , การกีฬาและการพัฒนาทักษะวิชาชีพ , การเข้ามีส่วนร่วมด้านศิลปวัฒนธรรม , ความเป็นอิสระทางการเงินและความรู้ทางการเงิน , การมีส่วนร่วมสาธารณะ , การแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศและการเข้ามีส่วนร่วมทางดิจิทัล ทั้งนี้ เพื่อสร้างกลไกการสนับสนุนทางสังคมในรูปแบบที่รัดกุม และตอบสนองต่อความท้าทายนานาประการที่กลุ่มเยาวชนต้องเผชิญหน้าในยุคสมัยปัจจุบัน
 
4.จัดทำสมุดปกขาวนโยบายเยาวชน ทุกๆ 4 ปี เพื่อเป็นหลักอ้างอิงในการดำเนินนโยบาย :

เพื่อสร้างวิสัยทัศน์ระยะยาวและทิศทางการดำเนินงานด้านนโยบายเยาวชน จึงกำหนดให้รัฐบาลกลางจัดทำสมุดปกขาวนโยบายเยาวชนทุกๆ 4 ปี เพื่อใช้เป็นหลักอ้างอิงสำคัญในการผลักดันนโยบาย กฎหมาย และโครงการที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนให้แก่ทุกกระทรวง
 
5. จัดตั้งที่ประชุมว่าด้วยการพัฒนากิจการเยาวชน เสริมสร้างการบริหารระดับท้องถิ่นแบบข้ามหน่วยงาน :

กำหนดให้นายกรัฐมนตรีเรียกจัดการประชุมพัฒนากิจการเยาวชนแบบข้ามหน่วยงาน พร้อมติดต่อเชิญผู้เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีและตัวแทนเยาวชน เข้ามีส่วนร่วมอภิปราย พร้อมทั้งกำหนดให้รัฐบาลท้องถิ่นจัดการประชุมแบบข้ามหน่วยงาน เพื่อขยายขอบเขตการเข้ามีส่วนร่วมของเหล่าเยาวชนจากส่วนกลางไปสู่ระดับท้องถิ่น สร้างฉันทามติทางสังคม ตลอดจนเพื่อส่งเสริมให้นโยบายได้รับการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม
 
กระทรวงศึกษาธิการแถลงว่า เยาวชนคือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางสังคม ความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมเทคโนโลยี การบัญญัติ “กฎหมายขั้นพื้นฐานสำหรับเยาวชน” ถือเป็นการผลักดันให้ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนเป็นกระแสหลักอย่างมีระบบแบบแผนและเชื่อมโยงกัน ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้มุมมองของเยาวชนได้รับความสำคัญและถูกกำหนดเข้าสู่หลักนโยบาย ระบบกฎหมายและแผนปฏิบัติการต่างๆ เนื่องด้วยกิจการการพัฒนาเยาวชนมีมิติที่หลากหลาย ศธ.ไต้หวันจะผนึกรวมกำลังของรัฐบาลกลาง เทศบาลท้องถิ่นและภาคเอกชน ในการร่วมปรับปรุงนโยบายที่เกี่ยวข้องอย่างรัดกุม ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้เยาวชนบรรลุศักยภาพของตน เติบโตอย่างมั่นคง ตลอดจนร่วมจับมือกับคนต่างรุ่น ในการส่งเสริมการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน