ช้ามไปยังส่วนข้อมูลหลัก
สภานิติบัญญัติมีมติเห็นชอบผ่านวาระ 3 ต่อร่างแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกง
2025-12-31
New Southbound Policy。สภานิติบัญญัติมีมติเห็นชอบผ่านวาระ 3 ต่อร่างแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกง (ภาพจากกระทรวงการต่างประเทศ)
สภานิติบัญญัติมีมติเห็นชอบผ่านวาระ 3 ต่อร่างแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกง (ภาพจากกระทรวงการต่างประเทศ)

กระทรวงมหาดไทย วันที่ 30 ธ.ค. 68

สภานิติบัญญัติมีมติเห็นชอบผ่านวาระ 3 ต่อร่างแก้ไข “กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกง” (Fraud Crime Hazard Prevention Act) เมื่อวันที่ 30 ธันวาคมที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยไต้หวัน (MOI) แถลงว่า การปราบปรามการฉ้อโกงถือเป็นเป้าหมายร่วมกันของภาคประชาสังคม และเป็นภารกิจการรักษาความมั่นคงแห่งชาติที่สำคัญ  
 
MOI แถลงว่า การแก้ไขร่างกฎหมายในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มบทลงโทษ การสกัดกั้นเส้นทางการเงินของเครือข่ายมิจฉาชีพ และการเสริมสร้างกลไกการคุ้มครองเหยื่อ ในส่วนของการเพิ่มบทลงโทษนั้น ได้มีการปรับลดเกณฑ์ขั้นต่ำของมูลค่าความเสียหายจากคดีฉ้อโกง ซึ่งหากเหยื่อได้รับความเสียหายทางการเงิน มูลค่า 1 ล้านเหรียญไต้หวัน ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 - 10 ปี และได้เพิ่มบทลงโทษสำหรับมูลค่าความเสียหาย 10 ล้านเหรียญไต้หวัน ควบคู่ไปกับการระวางโทษจำคุก 7 ปีขึ้นไปสำหรับความเสียหายทางการเงิน 100 ล้านเหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้ขบวนการฉ้อโกงชักชวนผู้เยาว์ ผู้สูงวัยที่มีอายุมากกว่า 80 ปี หรือชาวต่างชาติ เข้าร่วมกระทำความผิด ได้มีการเพิ่มบทบัญญัติให้เพิ่มโทษจำคุกของผู้กระทำความผิดเหล่านี้ขึ้นกึ่งหนึ่ง เพื่อเพิ่มต้นทุนในการก่ออาชญากรรมของผู้กระทำผิด
 
เพื่อสกัดกั้นเส้นทางการเงินของเครือข่ายมิจฉาชีพ สถาบันการเงินและผู้ประกอบการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล จำเป็นต้องเสริมสร้างการสื่อสารข้ามอุตสาหกรรม การแบ่งปันข้อมูลรายงานร่วมกัน ควบคู่ไปกับการจัดตั้งแพลตฟอร์มวิเคราะห์ทางเทคโนโลยีแบบข้ามหน่วยงาน เพื่อระงับเส้นทางการเงินผิดกฎหมายอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นการลดผลตอบแทนของกลุ่มก่ออาชญากรรรม นอกจากนี้ ยังได้มอบอำนาจให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้ประกอบการจับมือกัน ในการร่วมสกัดกั้นกรณีต้องสงสัย ทั้งนี้ เพื่อลดความสูญเสียทรัพย์สินของภาคประชาชน
 
เพื่อเสริมสร้างกลไกการคุ้มครองเหยื่อผู้เสียหาย ได้มีการปรับลดโทษให้ผู้เข้ามอบตัวและยอมรับสารภาพ ได้รับการลดโทษหรือยกเว้นโทษ แต่ต้องชดใช้เงินตามจำนวนที่ไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหายให้ครบถ้วน ภายในระยะเวลา 6 เดือน จากนั้น ศาลจะพิจารณาเป็นรายกรณีว่า สมควรได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นโทษหรือไม่ นอกจากนี้ หากผู้กระทำผิดฐานฉ้อโกง มีพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย ก่อนการไกล่เกลี่ยและชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดแก่ผู้เสียหาย ศาลจะนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณา เพื่อพิพากษาวางบทลงโทษที่เหมาะสม