กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 2 ม.ค. 68
เมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันได้ประกาศผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคประชาชน โดยเนื้อหาการสำรวจครอบคลุมทัศนคติของภาคประชาชน ที่มีต่อผลงานด้านการทูต นับตั้งแต่ที่ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวันขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นต้นมา รวมถึงภารกิจสำคัญที่มุ่งผลักดันโดยกต.ไต้หวัน รวมไปถึงทิศทางการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความมั่นคงในระดับภูมิภาค เป็นต้น
รายงานผลการสำรวจความคิดเห็น ระบุว่า เสียงผู้ให้สัมภาษณ์กว่าร้อยละ 60% พึงพอใจต่อการผลักดันภารกิจทางการทูตในภาพรวมของปธน.ไล่ฯ ตลอดระยะเวลาปีครึ่งที่ผ่านมา และมากกว่าร้อยละ 68% พึงพอใจกับการดำเนินนโยบายด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของนายหลินเจียหรง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ในด้านการผลักดันนโยบาย ภาคประชาชนกว่าร้อยละ 74% ต่างให้การสนับสนุนสภาบริหารในการจัดตั้ง “คณะทำงานด้านเศรษฐกิจและการทูต” และการจัด “การประชุมระหว่างรัฐมนตรี” เพื่อผลักดันภารกิจ “การทูตเชิงบูรณาการ” อีกทั้งยังมีเสียงสนับสนุนกว่าร้อยละ 87% ที่ให้การสนับสนุนรมว.หลินฯ ในการเดินทางเยี่ยมเยือนกลุ่มประเทศในทวีปเอเชียและยุโรป เพื่อรุกขยายพื้นที่บนเวทีนานาชาติของไต้หวัน นอกจากนี้ กว่าร้อยละ 76% ได้ให้การสนับสนุนกต.ไต้หวันจับมือบูรณาการทรัพยากรของทุกหน่วยงาน เพื่อการผลักดัน “โครงการสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ประเทศพันธมิตร”
ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผู้ให้สัมภาษณ์ในสัดส่วนกว่าครึ่ง มีความเชื่อมั่นต่อความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวัน - สหรัฐฯ และมีผู้ให้สัมภาษณ์กว่าร้อยละ 80% ที่ให้การสนับสนุนไต้หวันกระชับการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและการค้ากับสหรัฐฯ ประกอบกับเมื่อช่วงที่ผ่านมา รองประธานาธิบดีเซียวเหม่ยฉิน อดีตประธานาธิบดีไช่อิงเหวินและอดีตรองประธานาธิบดีเฉินเจี้ยนเหริน รวมกลุ่มกันเดินทางเยือนกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและยุโรปของภาคประชาชนชาวไต้หวัน อนึ่ง มีผู้ให้สัมภาษณ์กว่า 87% ที่เห็นด้วยต่อการเดินหน้าเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวัน – ยุโรป สำหรับการจับมือกันระหว่างกต.ไต้หวัน กระทรวงวัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ (หรือกู้กง) ในการผลักดัน “ปีแห่งวัฒนธรรมไต้หวันในกลุ่มประเทศทวีปยุโรป” มีผู้ให้สัมภาษณ์กว่าร้อยละ 88% ที่เห็นด้วยต่อภารกิจ “การทูตเชิงวัฒนธรรม” ว่ามีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความสัมพันธ์แบบทวิภาคี สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวัน - ญี่ปุ่น มีผู้ให้สัมภาษณ์กว่าร้อยละ 70% ที่มีความรู้สึกดีกับญี่ปุ่นมากกว่าจีน และอีกร้อยละ 70% ที่ให้การสนับสนุน Ms. Takaichi Sanae นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในการทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้ไต้หวัน นอกจากนี้ ยังมีเสียงความคิดเห็นร้อยละ 53% ที่ให้การสนับสนุนไต้หวันฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐฮอนดูรัส ซึ่งเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคอเมริกากลาง
ส่วนความสัมพันธ์กับจีน ผู้ให้สัมภาษณ์ร้อยละ 50% รู้สึกกังวลต่อภัยคุกคามที่เกิดจากจีนใน “การใช้อำนาจนอกอาณาเขต” และ “การก่อความวุ่นวายข้ามพรมแดน” มีประชาชนกว่าร้อยละ 80% เห็นด้วยว่าพฤติกรรมข้างต้นจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อความสัมพันธ์สองฝั่งช่องแคบไต้หวัน นอกจากนี้ เสียงความคิดเห็นกว่าครึ่งต่างคิดเห็นว่า “ความสัมพันธ์ทางการทูต” มีความสำคัญมากกว่า “ความสัมพันธ์สองฝั่งช่องแคบไต้หวัน” ซึ่งสูงกว่าสัดส่วนของผู้ที่เห็นว่า “ความสัมพันธ์สองฝั่งช่องแคบไต้หวัน” มีความสำคัญมากกว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” สะท้อนให้เห็นว่า ภาคประชาชนส่วนมาก ล้วนให้ความสำคัญต่อความเชื่อมโยงระหว่างประเทศ และการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การสำรวจความคิดเห็นของภาคประชาชนในครั้งนี้ กต.ไต้หวันมอบหมายให้บริษัท True Number Survey Research ดำเนินการสำรวจ ในช่วงระหว่างวันที่ 20 – 26 ธันวาคม 2568 ซึ่งสามารถรวบรวมตัวอย่างการให้สัมภาษณ์ได้รวม 1,639 ฉบับ โดยกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมภาคประชาชนในแต่ละช่วงวัยที่มีอายุมากกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 22 เขตทั่วไต้หวัน ค่าความคลาดเคลื่อนในการสุ่มข้อมูลตัวอย่าง อยู่ที่ 2.4%