กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 16 ม.ค. 69
เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา นายหลินเจียหรง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมแบบข้ามหน่วยงาน “เพื่อการเข้ามีส่วนร่วมในคณะทำงานวางแผนเชิงกลยุทธ์ภายใต้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (APEC)” ครั้งที่ 35 โดยมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงภาครัฐรวม 130 คนจาก 20 หน่วยงานเข้าร่วม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในประเด็นทิศทางกลยุทธ์การเข้ามีส่วนร่วม APEC ของรัฐบาลไต้หวัน นอกจากนี้ คณะตัวแทนการประชุมสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Advisory Council, ABAC) ประกอบด้วย นายเฉินจวิ้นเซิ่ง ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท ACER , นายหลินจือเฉิน ผู้จัดการทั่วไปบริษัท Taiwan Mobile และนายจางเจียยวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีบริษัท Quanta Computer ก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วมด้วย ซึ่งนอกจากจะแบ่งปันประสบการณ์การผลักดันแผนข้อเสนอในที่ประชุม ABAC แล้ว ยังได้ยื่นเสนอข้อชี้แนะในประเด็นแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน
เริ่มต้น รมว.หลินฯ กล่าวว่า APEC ถือเป็นการประชุมเศรษฐกิจและการค้าที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ประเด็นที่ได้รับความสนใจครอบคลุมหลากหลายมิติ ในจำนวนนี้ เทคโนโลยี , ดิจิทัล , การแพทย์อัจฉริยะและการปราบปรามการฉ้อโกง ต่างสอดรับต่อทิศทางนโยบายของรัฐบาลไต้หวันอย่างลงตัว โดยไต้หวันมุ่งสร้างคุณประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมแก่ APEC อย่างกระตือรือร้นเสมอมา ประกอบกับหลายปีมานี้ APEC มุ่งให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน รมว.หลินฯ จึงหวังจะเห็นทุกหน่วยงานเดินหน้าเสริมสร้างความร่วมมือกับแวดวงอุตสาหกรรม ภายใต้ APEC ด้วยการบูรณาการศักยภาพของหน่วยงานภาคเอกชนในไต้หวัน เดินหน้าผลักดัน “การทูตเชิงบูรณาการ” อย่างกระตือรือร้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบรรลุวิสัยทัศน์ “ดินแดนแห่งเศรษฐกิจที่พระอาทิตย์ไม่ตกดิน” ที่ยื่นเสนอโดยปธน.ไล่ฯ
รมว.หลินฯ กล่าวว่า หลังความพยายามมุ่งมั่นมาเป็นระยะเวลากว่า 9 เดือน กต.ไต้หวันประสบความสำเร็จในการกระตุ้นให้ APEC จัดตั้ง “กองทุนย่อยด้านการดูแลสุขภาพแห่งอนาคต” โดยรมว.หลินฯ หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นทุกหน่วยงานประยุกต์ใช้กองทุนข้างต้น ในการจัดการประชุมและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในไต้หวัน เพื่อร่วมแบ่งปันผลสัมฤทธิ์อันยอดเยี่ยมของไต้หวันในด้านสุขภาพดิจิทัลและการแพทย์อัจฉริยะ ทั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงหลักการ “ไต้หวันช่วยได้” (Taiwan Can Help) และ “ไต้หวันสามารถเป็นผู้นำ” (Taiwan Can Lead) ตลอดจนเป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจให้แก่เหล่าผู้ประกอบการไต้หวัน