กระทรวงมหาดไทย วันที่ 19 ม.ค. 69
เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินทางทะเลในไต้หวัน ควบคู่ไปกับการยกระดับความร่วมมือด้านการช่วยเหลือกู้ภัยระหว่างประเทศ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย ไต้หวัน จึงได้จัด “การประชุมสัมมนาว่าด้วยการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินทางทะเล ประจำปี 2569” (2025 International Maritime Firefighting Emergency Response Seminar) ขึ้น ณ ท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ในท่าเรือเกาสง (Kaohsiung Port Cruise Terminal) ในวันที่ 19 มกราคม 2569 หลังเสร็จสิ้นการประชุม ยังได้มีการจัดการฝึกอบรมขั้นสูง เพื่อการกู้ภัยเหตุเพลิงไหม้เรือ และการฝึกซ้อมการกู้ภัยแบบข้ามพรมแดนในเขตพื้นที่ท่าเรือ ทั้งนี้ เพื่อช่วยเพิ่มพูนศักยภาพการช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยทางทะเลในเขตท่าเรือของไต้หวันอย่างครอบคลุม ผ่านหลักทฤษฎีและการปฏิบัติ
กิจกรรมในครั้งนี้ร่วมจัดตั้งขึ้นโดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และสถาบันฝรั่งเศสในไต้หวัน (French Office in Taipei) พร้อมทั้งติดต่อเชิญเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เพื่อเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนและความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมในกิจการบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล , การกู้ภัยเหตุเพลิงไหม้เรือ และการตอบสนองต่อภัยพิบัติข้ามพรมแดนในเขตพื้นที่ท่าเรือ เป็นต้น ผ่านการประชุมสัมมนา การฝึกอบรมความชำนาญการ และการฝึกภาคสนาม
นายหม่าซื่อหยวน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะตัวแทนนางหลิวซื่อฟาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวขณะปราศรัยในพิธีเปิดการประชุม โดยระบุว่า วันที่ 19 มกราคมของทุกปี ประจวบกับเป็นวาระเทศกาลบรรเทาสาธารณภัย ในโอกาสนี้ รมช.หม่าฯ จึงขอแสดงความเคารพและขออวยพรแก่เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยทุกท่านที่มาเข้าร่วม พร้อมทั้งระบุว่า ท่าเรือเกาสงถือเป็นหนึ่งในประตูสู่โลกนานาชาติที่สำคัญที่สุดในไต้หวัน นอกจากนี้ รมช.หม่าฯ ยังได้ให้การต้อนรับบรรดาอาคันตุกะที่เดินทางมาจากเมืองมาร์แซย์ (Marseille) ของฝรั่งเศส พร้อมทั้งระบุว่า เมืองมาร์แซย์ – นครเกาสงมีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกันในหลากหลายมิติ ทั้งด้านมนุษยศาสตร์ , สภาพภูมิอากาศและอาหาร จึงหวังจะเห็นทั้งสองฝ่ายเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนกันในอนาคตต่อไป
ต่อประเด็นความมั่นคงทางทะเล รมช.หม่าฯ เน้นย้ำว่า ความมั่นคงทางทะเลถือเป็นประเด็นคลาสสิกที่คงอยู่ นับตั้งแต่ยุคแห่งการสำรวจทางทะเล ซึ่งที่ผ่านมา มุ่งเน้นไปในทิศทางระบบและหลักประกันภัย อย่างไรก็ตาม สังคมปัจจุบันต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ซับซ้อน ทั้งสารมลพิษทางทะเล , เหตุเพลิงไหม้ท่าเรือ และความปลอดภัยของเรือ เป็นต้น ซึ่งแตกต่างจากที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้ การร่วมหารือแนวทางการตอบสนองต่อภัยพิบัติทันทีที่เกิดเหตุอย่างมีประสิทธิภาพ จึงถือเป็นประเด็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่ทุกประเทศต้องเผชิญหน้าร่วมกัน
รมช.หม่าฯ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมของปีที่แล้ว ไต้หวัน - ฝรั่งเศส ได้เปิดฉากความร่วมมือด้านการฝึกอบรมเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินทางทะเล โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภายใต้พื้นฐานดังกล่าว จะนำไปสู่การกระชับความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนแบบทวิภาคีอย่างมีเสถียรภาพ และหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะขยายไปสู่กลุ่มประเทศที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกันในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก เพื่อยกระดับความยืดหยุ่นในการป้องกันภัยในระดับภูมิภาค