ทำเนียบประธานาธิบดี วันที่ 23 ม.ค.69
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ให้การต้อนรับคณะสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา ที่นำโดยนายรูเบน เกลเลโก (Ruben Gallego) ในช่วงบ่ายวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา พร้อมขอบคุณที่วุฒิสมาชิกเกลเลโกให้การสนับสนุนไต้หวันในสภาคองเกรสสหรัฐฯ มาโดยตลอด นอกจากนี้ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวุฒิสมาชิกเกลเลโกยังเคยเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการการทหารของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้ให้ความสำคัญต่อประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศและสถานการณ์ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกมาอย่างต่อเนื่อง และได้ผลักดันบทบัญญัติใน “ร่างกฎหมายการอนุมัติงบประมาณกลาโหม” ที่เป็นมิตรต่อไต้หวันหลายครั้ง ซึ่งประธานาธิบดีไล่ฯ ได้แสดงความขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง
ประธานาธิบดีไล่ฯ กล่าวว่า ท่ามกลางภัยคุกคามจากประเทศเผด็จการ ไต้หวันได้ยกระดับขีดความสามารถในการป้องกันตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค เนื่องจากตระหนักดีว่า ไต้หวันจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงความแน่วแน่ในการป้องกันตนเอง จึงจะได้รับความช่วยเหลือจากประเทศอื่น ด้วยเหตุนี้ เมื่อปีที่แล้ว จึงได้เสนอแผนงบประมาณพิเศษด้านกลาโหมมูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะแบ่งระยะเวลาในดำเนินการให้บรรลุตามแผนฯ ภายใน 8 ปี ทั้งนี้เพื่อขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมกลาโหมของไต้หวัน พัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง และเร่งสร้าง “โล่แห่งไต้หวัน” ที่เป็นปราการป้องกันไต้หวัน
ในด้านเศรษฐกิจ ไต้หวันกับสหรัฐฯ ได้เสร็จสิ้นการเจรจาภาษีศุลกากรต่างตอบแทนระหว่างกันแล้ว โดยประธานาธิบดีไล่ฯ ได้ขอบคุณนายเรย์มอนด์ กรีน (Raymond Greene) ผู้อำนวยการใหญ่สถาบันอเมริกาในไต้หวัน สำนักงานไทเป สำหรับการให้ความช่วยเหลือในเรื่องนี้ โดยทั้งสองฝ่ายยังได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจด้านการลงทุน ซึ่งเชื่อว่าความร่วมมือในภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ จะยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้นในอนาคต
ประธานาธิบดีแสดงความหวังอย่างจริงใจว่า วุฒิสมาชิกเกลเลโกจะช่วยผลักดันให้สภาคองเกรสสหรัฐฯ พิจารณาและผ่าน “ร่างกฎหมายแก้ไขปัญหาการเก็บภาษีซ้ำซ้อนระหว่างไต้หวัน–สหรัฐฯ” โดยเร็ว เพื่อเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันให้แก่ความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไต้หวัน–สหรัฐฯ
ในประเด็นการเก็บภาษีซ้ำซ้อน วุฒิสมาชิกเกลเลโกกล่าวว่า เป็นประเด็นที่สามารถนำไปสู่ผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งไต้หวันและสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรัฐแอริโซนา ซึ่งการลงทุนของกลุ่มธุรกิจไต้หวัน โดยเฉพาะบริษัทไต้หวันเซมิคอนดักเตอร์ (TSMC) มีขนาดและผลลัพธ์ที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ประชาชนในรัฐแอริโซนาภาคภูมิใจในความเป็นหุ้นส่วนและผลสำเร็จจากการลงทุนดังกล่าว
สหรัฐอเมริกายินดีที่ไต้หวันมีบทบาทและยืนหยัดอยู่บนเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นฉันทามติร่วมกันของทุกพรรคการเมืองในวุฒิสภาสหรัฐฯ ไม่ว่าสถานการณ์การเมืองภายในสหรัฐฯ จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐอเมริกาจะยังคงพัฒนาอย่างมั่นคงต่อไป