ช้ามไปยังส่วนข้อมูลหลัก
รมว.เศรษฐการ กงหมิงซิน กล่าวสุนทรพจน์ที่สถาบันคลังสมองในกรุงวอชิงตัน ย้ำบทบาทสำคัญของไต้หวันในห่วงโซ่อุปทานโลก
แหล่งที่มาของข้อมูล Ministy of Economic Affairs
2026-01-30
New Southbound Policy。(ภาพจากกระทรวงเศรษฐการ)
(ภาพจากกระทรวงเศรษฐการ)

กระทรวงเศรษฐการ วันที่ 29 มกราคม 2569

นายกงหมิงซิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้รับเชิญให้กล่าวสุนทรพจน์ ณ Atlantic Council ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมอง ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2026 โดยได้ชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของไต้หวันในห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งรรยากาศในการสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่นและคึกคัก รมว. กงฯ เน้นย้ำว่า ไต้หวันล้วนมีบทบาทสำคัญที่จะขาดเสียไม่ได้ในประเด็นสำคัญแห่งอนาคตทั้งสองด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AIและการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ไม่เกี่ยวข้องกับจีน พร้อมแสดงความหวังว่าไต้หวันและสหรัฐฯ จะร่วมมือกันเพื่อสร้างคุณประโยชน์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่โลก

การลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างไต้หวันและสหรัฐฯ (MOU) และการจัดเสวนาพันธมิตรเพื่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจไต้หวัน-สหรัฐฯ (EPPD) เมื่อเร็วๆ นี้ ถือเป็นหมุดหมายใหม่ของความร่วมมือระหว่างรัฐบาลของทั้งสองฝ่าย เมื่อมองไปสู่อนาคตภายใต้แนวโน้มการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ไม่เกี่ยวข้องกับจีนนั้น ทั้งไต้หวันและสหรัฐฯ จะบูรณาการความร่วมมืออย่างเต็มรูปแบบในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมที่สำคัญ อาทิ การสื่อสารยุคใหม่, ดาวเทียมวงโคจรต่ำ, อากาศยานไร้คนขับ, แร่ธาตุหายาก และเทคโนโลยีชีวภาพ

ในวันเดียวกัน รมว.กงฯ ยังได้เข้าร่วมการประชุมแบบปิดกับตัวแทนจากสภาหอการค้า สมาคมอุตสาหกรรม และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในวอชิงตันเกือบ 20 แห่ง อาทิ สภาการค้าระหว่างประเทศแห่งชาติ (NFTC), สมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (SIA), Micron, TSMC และ Westinghouse Electric โดยตัวแทนในที่ประชุมต่างชื่นชมความสำเร็จอันโดดเด่นของไต้หวันในการเจรจาภาษีศุลกากรบนพื้นฐานของความเท่าเทียม ซึ่งจะช่วยให้ไต้หวันสามารถแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ได้อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกับประเทศต่างๆ เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ถือเป็นการวางรากฐานอันเข้มแข็งสำหรับการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไต้หวันและสหรัฐฯ ให้เป็นไปในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ในระหว่างการเยือนครั้งนี้ รมว.กงฯ ยังได้เข้าพบสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ คนสำคัญ เพื่อชี้แจงถึงความสำคัญของ ความตกลงเพื่อยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน (ADTA) ระหว่างไต้หวันและสหรัฐฯ ในการส่งเสริมการลงทุนของภาคธุรกิจทั้งสองฝ่าย โดยหวังว่า รัฐสภาสหรัฐฯ จะให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและเร่งกระบวนการทางนิติบัญญัติให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว อีกทั้งรมว.กงฯ ยังได้ร่วมหารือกับตัวแทนสมาคมธุรกิจและองค์กรที่สำคัญของสหรัฐฯ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันคลังสมอง เพื่อระดมความคิดในประเด็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไต้หวัน-สหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อผลักดันยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ “หยั่งรากในไต้หวัน วางโครงข่ายทั่วโลก เสริมสร้างความแกร่งในสหรัฐฯ และรุกตลาดโลกไปพร้อมกัน” ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง