ช้ามไปยังส่วนข้อมูลหลัก
บทความของรมว.กต.ไต้หวันได้รับการเผยแพร่ผ่านวารสาร “Foreign Affairs” ภายใต้หัวข้อ “โลกเสรีต้องการไต้หวัน : เหตุใดความสามัคคีจึงสามารถปกป้องไว้ซึ่งความเจริญรุ่งเรือง”
2026-02-05
New Southbound Policy。บทความของรมว.กต.ไต้หวันได้รับการเผยแพร่ผ่านวารสาร “Foreign Affairs” ภายใต้หัวข้อ “โลกเสรีต้องการไต้หวัน : เหตุใดความสามัคคีจึงสามารถปกป้องไว้ซึ่งความเจริญรุ่งเรือง” (ภาพจากกระทรวงการต่างประเทศ)
บทความของรมว.กต.ไต้หวันได้รับการเผยแพร่ผ่านวารสาร “Foreign Affairs” ภายใต้หัวข้อ “โลกเสรีต้องการไต้หวัน : เหตุใดความสามัคคีจึงสามารถปกป้องไว้ซึ่งความเจริญรุ่งเรือง” (ภาพจากกระทรวงการต่างประเทศ)

กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 4 ก.พ. 69

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายหลินเจียหรง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันได้เผยแพร่บทความ ภายใต้หัวข้อ “โลกเสรีต้องการไต้หวัน: เหตุใดความสามัคคีจึงสามารถปกป้องไว้ซึ่งความเจริญรุ่งเรือง” (The Free World Needs Taiwan: Why Solidarity Will Protect Prosperity) ลงบนวารสาร “Foreign Affairs” ที่ทรงอิทธิพลขั้นสูงในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยรมว.หลินฯ ได้ชี้แจงในประเด็นค่านิยมด้านประชาธิปไตย ความมั่นคงในภูมิภาคอินโด - แปซิฟิก และบทบาทสำคัญของไต้หวันในระบบเศรษฐกิจโลก พร้อมเน้นย้ำว่า หากต้องการธำรงรักษาไว้ซึ่งเสถียรภาพระดับภูมิภาคและความเจริญรุ่งเรืองระดับโลก การเสริมสร้างความร่วมมือเชิงลึกกับไต้หวันของกลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตย จึงถือเป็นเรื่องสำคัญ
 
ไต้หวันมุ่งมั่นธำรงปกป้องประชาธิปไตย เสรีภาพ สิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรมมาเป็นเวลายาวนาน ความสำคัญของไต้หวันไม่เพียงแต่เริ่มจากค่านิยมด้านประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นผ่านสถานภาพทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ที่ไม่สามารถทดแทนได้ ไต้หวันตั้งอยู่บนเส้นทางการคมนาคมขนส่งที่สำคัญของโลก จึงนับว่ามีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก ขณะเดียวกัน ไต้หวันก็ยังเปี่ยมด้วยศักยภาพความเชี่ยวชาญ ทั้งในด้านเซมิคอนดักเตอร์ , อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง , เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และพลังงานหมุนเวียน เป็นต้น จึงถือเป็นสมาชิกสำคัญที่ไม่สามารถขาดได้ ในกลไกห่วงโซ่อุปทานที่น่าเชื่อถือ
 
ต่อกรณีที่จีนยังคงสร้างภัยคุกคามผ่านการรุกรานไต้หวันด้วยกำลังทหาร แรงกดดันทางเศรษฐกิจและการแทรกแซงทางการเมืองนั้น รมว.หลินฯ ระบุว่า พฤติกรรมเหล่านี้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในไต้หวันแล้ว ยังก่อให้เกิดเป็นความท้าทายที่รุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยระหว่างประเทศ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานกฎกติกาสากล ไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับแผนการรุกรานด้วยกลยุทธ์พื้นที่สีเทาจากจีน รวมถึงการบิดเบือนข้อมูลและแรงกดดันทางเศรษฐกิจมาเป็นเวลายาวนาน จึงอาจกล่าวได้ว่า ไต้หวันมีประสบการณ์การรับมืออย่างโชกโชน และยินดีที่จะส่งต่อข้อมูลให้แก่พันธมิตรประชาธิปไตย เพื่อการยกระดับความยืดหยุ่นในภาพรวม
 
สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวัน – สหรัฐฯ รมช.หลินฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ถือเป็นแกนหลักสำคัญของไต้หวันในด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ในระหว่างการบรรลุข้อตกลงทางการค้า ระหว่างไต้หวัน – สหรัฐฯ รัฐบาลไต้หวันได้ยื่นเสนอแนวคิด “ทีมไต้หวันที่เข้าลงทุนในสหรัฐฯ” โดยให้คำมั่นว่าจะอัดฉีดเงินลงทุนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีในสหรัฐฯ รวมมูลค่ากว่า 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะจับมือผลักดันการพัฒนา AI อีกทั้งไต้หวันยังจะให้การสนับสนุนสถาบันการเงินด้วยกลไกการค้ำประกันสินเชื่อโดยรัฐบาล ซึ่งกำหนดยอดวงเงินรวมสูงสุดที่ 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ เพื่อส่งมอบกลไกการสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการไต้หวัน ที่มีความประสงค์จะเข้าลงทุนในสหรัฐฯ อนึ่ง ไต้หวัน - สหรัฐฯ ยังได้ร่วมจัดตั้ง “ทีมเรือรบร่วมไต้หวัน - สหรัฐฯ” (Taiwan–U.S. Joint Fleet) ภายใต้พื้นฐานความตกลงข้างต้น เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการค้าแบบทวิภาคี ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างการบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายยังได้เดินหน้ากระชับความร่วมมือเชิงลึกระหว่างกัน บนพื้นฐาน “การเสวนาพันธมิตรเพื่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจไต้หวัน-สหรัฐฯ ครั้งที่ 6” (Economic Prosperity Partnership Dialogue, EPPD) นอกจากนี้ ไต้หวัน - สหรัฐฯ ยังได้ขยายขอบเขตความร่วมมือทางการลงทุนด้านพลังงานและเทคโนโลยีในรัฐเท็กซัสและรัฐอลาสกา ควบคู่ไปกับการกำหนดแผนแม่บทความร่วมมือด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพื่อสื่อให้เห็นถึง “ความสัมพันธ์รูปแบบหุ้นส่วนที่พึ่งพาอาศัยร่วมกัน” ระหว่างไต้หวัน - สหรัฐฯ
 
รมว.หลินฯ เน้นย้ำว่า เมื่อเผชิญหน้ากับการแผ่ขยายอิทธิพลของอำนาจเผด็จการ และความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทานที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ประชาคมโลกควรที่จะพิจารณาทบทวนต้นทุนของการพึ่งพาตลาดเดียวมากเกินไป สถานภาพของไต้หวันในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ส่งผลให้ไต้หวันพัฒนาไปสู่การเป็นหุ้นส่วนสำคัญของพันธมิตรประชาธิปไตย ในด้านการกระจายความเสี่ยง การเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน
 
รมว.หลินฯ ระบุปิดท้ายว่า การที่ไต้หวันไม่สามารถเข้าร่วม “องค์การการค้าโลก” (WHO) และ “ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก” (CPTPP) นอกจากจะไม่เป็นผลดีต่อไต้หวันแล้ว ยังถือเป็นความเสียหายของประชาคมโลกอีกด้วย รมว.หลินฯ เน้นย้ำว่า หากโลกเสรีภาพต้องการธำรงรักษาสันติภาพ เสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรือง ก็จำเป็นต้องจับมือกับไต้หวัน ไม่ว่าจะในแง่มุมค่านิยมหรือผลประโยชน์ การจับมือกับไต้หวันจะก่อให้เกิดหลักประกันทางความมั่นคงที่เพิ่มสูงขึ้น และดำเนินไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังจะได้รับประสบการณ์การสกัดกั้นแรงกดดันจากประเทศลัทธิอำนาจนิยมอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้สามารถอธิบายได้ว่า “เหตุใดโลกเสรีจึงต้องการไต้หวัน”