New Southbound Policy Portal

ทีมชาติไต้หวันคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขันประเภททีม 3 คน ในการแข่งขันตะกร้อชิงถ้วยพระราชทาน "คิงส์คัพ" นับเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการตะกร้อไต้หวัน

การแข่งขันตะกร้อชิงถ้วยพระราชทาน

การแข่งขันตะกร้อชิงถ้วยพระราชทาน "คิงส์คัพ" ครั้งที่ 34 ปี 2019 (ภาพจากนายหลี่อี้ซวิน)

สมาคมตะกร้อไต้หวัน วันที่ 30 ส.ค. 62

 

การแข่งขันตะกร้อชิงถ้วยพระราชทาน "คิงส์คัพ" ครั้งที่ 34 ปี 2019 (King’s Cup Sepaktakraw World Championship 2019) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 ส.ค. - 1 ก.ย. ณ กรุงเทพฯ โดยเมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา นักตะกร้อทีมชาติไต้หวันต้องดวลกับทีมชาติอินเดีย ในรอบชิงชนะเลิศประเภทเรกู (หรือประเภททีม 3 คน)ในระดับ D1 ซึ่งถึงแม้ว่าในท้ายที่สุด ไต้หวันจะคว้าเพียงเหรียญเงินมาครอง โดยพ่ายแพ้ไปด้วยคะแนน 7 ต่อ21 และ 19 ต่อ 21 แต่อย่างไรก็ตาม ทีมชาติไต้หวันชุดนี้ ก็ได้เปิดศักราชใหม่ให้กับวงการตะกร้อไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

 

 

นายจันอวี่ถิง โค้ชทีมชาติชายชาวไต้หวัน แถลงหลังการแข่งขันว่า อันที่จริงแล้ว ทั้งสองทีมมีศักยภาพที่ใกล้เคียงกัน เพียงแต่ในเซ็ตแรก คู่แข่งใช้การฟาดที่เด็ดขาดและหนักหน่วงจนทำคะแนนนำ ประกอบกับทีมไต้หวันเสิร์ฟเสียเองบ่อย จึงถูกคู่แข่งทำคะแนนทิ้งห่าง และต้องเร่งทำคะแนนไล่ตามอย่างลำบาก ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นสำรอง และทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจในช่วงครึ่งหลัง แต่ก็ไม่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาไล่ตามคู่แข่งได้ ส่วนในเซ็ตที่สอง ก็ยังคงไม่สามารถฉวยโอกาสในการพลิกกลับมาเอาชนะได้ ถือเป็นอะไรที่น่าเสียดายมาก


 

ถึงแม้ว่าทีมชาติไต้หวันจะคว้าเพียงเหรียญเงินมาครอง แต่ก็ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ให้กับวงการตะกร้อไต้หวัน ด้วยการทำผลงานได้ดีที่สุด นับตั้งแต่เข้าร่วมการแข่งขันในกีฬาประเภทนี้เป็นต้นมา เป้าหมายต่อไปของทีมชาติไต้หวันคือ การแข่งขันประเภททีม 3 คน ในวันที่ 30 ส.ค. ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ไต้หวันได้อันดับ 5 ส่วนในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มของปีนี้ ไต้หวันอยู่ในกลุ่ม A ร่วมกับทีมไทยและทีมสิงคโปร์ ซึ่งจะคัดเลือก 2 ทีมที่คะแนนดีที่สุดผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป


 

นายจันอวี่ถิงกล่าวว่า เมื่อปีที่แล้วเป็นครั้งแรกที่ไต้หวันเข้าร่วมการแข่งขันประเภททีม 3 คน และผ่านเข้ารอบเป็น 8 ทีมสุดท้าย การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในปีนี้ คู่แข่งที่จะแย่งกันเข้ารอบคือทีมชาติสิงคโปร์ ซึ่งต้องเอาชนะคู่แข่งให้ได้ เพราะในนัดต่อไปที่จะเจอกับทีมเจ้าบ้านอย่างทีมชาติไทย ไต้หวันคงทำได้แต่เพียงเรียนรู้และฝึกซ้อมเกมรับและเกมรุกเป็นหลัก โดยในปีนี้ ไต้หวันตั้งเป้าหมายไว้ว่า นอกจากต้องรักษาอันดับในการผ่านเข้ารอบ 8 ทีมแล้ว ก็คาดหวังว่าจะสามารถก้าวเข้าสู่รอบรองชนะเลิศให้ได้ด้วย