New Southbound Policy Portal

Talent Taiwan ศูนย์ให้บริการและดึงดูดบุคลากรนานาชาติ เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ นรม.ไต้หวันหวังดึงดูดบุคลากรนานาชาติเข้ามาทำงานในไต้หวันได้อย่างยั่งยืนเพื่อร่วมสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้ไต้หวันสืบต่อไป

สภาบริหาร วันที่ 1 พ.ย. 66
 
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. นายเฉินเจี้ยนเหริน นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) พร้อมด้วยประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าว “ศูนย์ให้บริการและดึงดูดบุคลากรนานาชาติ  Talent Taiwan” โดยนรม.เฉินฯ กล่าวว่า สภาบริหารมุ่งผลักดันโครงการ “การเสริมสร้างนโยบายโครงสร้างประชากรและผู้อพยพ” นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2021 เป็นต้นมา พร้อมทั้งผ่อนคลายกฎระเบียบและยกระดับสภาพแวดล้อมการพำนักอาศัย เพื่อต้องการดึงดูดบุคลากรนานาชาติที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งตราบจนปัจจุบันได้บรรลุผลสัมฤทธิ์ที่เด่นชัดอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว อันจะเห็นได้จากความสำเร็จในการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของซิลิคอนวัลเลย์ให้เดินทางมาเยือนไต้หวัน นรม.เฉินฯ คาดหวังว่า ในอนาคต “ศูนย์ให้บริการและดึงดูดบุคลากรนานาชาติ  Talent Taiwan” แห่งนี้ นอกจากจะมุ่งมั่นผลักดันภารกิจการดึงดูดบุคลากรนานาชาติแล้ว ยังจะมุ่งส่งเสริมให้บุคลากรยอดเยี่ยมเหล่านี้ได้รับการบริการที่ประทับใจ เพื่อบรรลุเป้าหมาย “ให้บุคลากรเข้ามาได้” และ “รักษาบุคลากรเอาไว้” ทั้งนี้ เพื่อร่วมสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ไต้หวัน สืบต่อไป
 
นรม.เฉินฯ กล่าวว่า เพื่อรับมือกับการปรับโครงสร้างระบบห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก อันเนื่องมาจากสงครามการค้าจีน - สหรัฐฯ และสงครามเชิงเทคโนโลยี และเนื่องจากในไต้หวันมีกระบวนการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ที่ทันสมัย ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่มีความครอบคลุมสมบูรณ์ จึงสามารถดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Google , Microsoft ทยอยเข้าจัดตั้งศูนย์วิจัยพัฒนาและสถาบันข้อมูลในไต้หวัน ส่วน “โครงการการลงทุนในไต้หวัน 3 รายการหลัก” ที่รัฐบาลไต้หวันมุ่งผลักดัน ได้มีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2019 ตราบจนปัจจุบัน ซึ่งสามารถดึงดูดผู้ประกอบการกว่า 1,400 ราย เข้ามาลงทุนในไต้หวัน มูลค่าการลงทุนรวม 2 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน และสามารถสร้างตำแหน่งงานเพิ่มขึ้น 140,000 อัตรา นอกจากนี้ ในปี 2022 มูลค่าการลงทุนในไต้หวันของนักลงทุนชาวต่างชาติและชาวจีนโพ้นทะเลก็ทะลุ 13,300 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนอกจากจะเป็นมูลค่าสูงสุดในรอบ 15 ปี และยังมีมูลค่ามากเป็นอันดับที่ 3 ในประวัติศาสตร์อีกด้วย แสดงให้เห็นว่า นานาประเทศทั่วโลก ต่างมีความเชื่อมั่นในการลงทุนในไต้หวันเป็นอย่างมาก
 
นรม.เฉินฯ ระบุว่า เพื่อเพิ่มพูนบุคลากรที่จำเป็นในการพัฒนาเชิงอุตสาหกรรม และแก้ปัญหาภาวะขาดแคลนแรงงาน รัฐบาลไต้หวันจึงมุ่งผลักดัน “โครงการนวัตกรรมอุตสาหกรรม 5+2” และ “ยุทธศาสตร์ 6 อุตสาหกรรมหลัก” อย่างกระตือรือร้น พร้อมกันนี้ ยังได้ผ่อนคลายกฎระเบียบและเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางการลงทุนให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการดึงดูดบุคลากรต่างชาติ ซึ่งประสบความสำเร็จในการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญจากซิลิคอนวัลเลย์ให้เดินทางมาเยือนไต้หวัน อาทิ Mr. Tim Draper ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย Draper University และ Mr. Steve Chen ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์ม Youtube โดยนรม.เฉินฯ กล่าวว่า นายจางจงโหมว ผู้ก่อตั้งบริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ได้ย้ำถึงความสำคัญของการบ่มเพาะบุคลากรของไต้หวันในหลากหลายเวที โดยนายจางฯ ได้หยิบยกกรณีตัวอย่างของศูนย์วิจัยและพัฒนาระดับโลกของบริษัท TSMC มาประกอบการชี้แจงว่า ตราบจนปัจจุบัน ศูนย์วิจัยและพัฒนาฯแห่งนี้ มีผู้ประกอบการเข้าประจำการเป็นจำนวนนับพันรายแล้ว โดยในจำนวนนี้ มีจำนวนมากที่เป็นผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ
 
นรม.เฉินฯ กล่าวว่า การเข้ามาประกอบอาชีพในไต้หวันของกลุ่มชาวต่างชาติ มักจะประสบปัญหาการดำเนินชีวิตและการศึกษาของบุตรธิดาไต้หวัน รวมไปถึงความเสี่ยงในการประสบกับภาวะความบกพร่องทางร่ายกายหรือจิตใจ ที่ต้องการได้รับการดูแลและการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพจากหน่วยงานรัฐบาล ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องส่งมอบความช่วยเหลือแก่ชาวต่างชาติในการยื่นขอเอกสารสำคัญต่างๆ อาทิ บัตร ATM ใบขับขี่ บัตรถิ่นที่อยู่ (ARC) ผ่านศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Window Service) ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับให้ไต้หวันก้าวสู่การเป็นประเทศที่เป็นมิตรสำหรับการดึงดูดบุคลากรต่างชาติ โดยคณะกรรมการกิจการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) จะเป็นหน่วยงานแรกที่ริเริ่มเปิดศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ก่อนหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ผ่านการจัดตั้งกรมบริหารจัดการอุทยานวิทยาศาสตร์ เพื่อทำการรวบรวมความประสงค์ในการเข้าประจำการอุทยานวิทยาศาสตร์ของกลุ่มผู้ประกอบการชาวต่างชาติ ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาความซับซ้อนในการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
 
นรม.เฉินฯ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ดีในการเริ่มต้น โดยคาดหวังที่จะเห็นอุตสาหกรรมทุกแขนงของไต้หวันได้รับการพัฒนาให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง ควบคู่ไปกับการรุกขยายตลาดนานาชาติ ตลอดจนส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านไปสู่อีกลำดับขั้นของภาคอุตสาหกรรมในไต้หวัน