New Southbound Policy Portal
สภาบริหาร วันที่ 9 ธ.ค. 67
เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2567 นางเจิ้งลี่จวิน รองนายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้เข้าร่วมพิธีประกาศมอบรางวัลองค์กรโปร่งใส (Integrity Awards) ครั้งที่ 2 และการประชุมว่าด้วยความโปร่งใสแห่งไต้หวัน ประจำปี พ.ศ. 2567 โดยรองนรม.เจิ้งฯ ได้แสดงความชื่นชมต่อ 8 หน่วยงานที่ได้รับรางวัล สำหรับความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างกลไกการบริหารจัดการต้นตอความเสี่ยงของการบริหารงานราชการด้วยความโปร่งใส การกระตุ้นความโปร่งใสและการเปิดกว้างของสภาบริหาร รวมถึงการส่งเสริมความเชื่อมโยงของภาคประชาชนอย่างกระตือรือร้น ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลรูปแบบ AI ในแนวทางเชิงนวัตกรรม ควบคู่ไปกับการแสวงหาแนวทางการปฏิรูประบบ เป็นต้น เพื่อนำเสนอบริการที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ภาคประชาชน ตลอดจนเป็นการจัดตั้งต้นแบบในการดำเนินงานด้วยความโปร่งใสของรัฐบาล รองนรม.เจิ้งฯ เน้นย้ำว่า การบริหารประเทศด้วยความโปร่งใส นับเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการเสริมสร้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในเชิงลึก ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลไต้หวันได้ลงนาม “หนังสือคำมั่นว่าด้วยความโปร่งใสในการพิจารณาตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต” (United Nations Convention against Corruption, UNCAC) อย่างเป็นทางการ เพื่อประกาศแก่ประชาคมโลกว่า ไต้หวันยินดีที่จะดำเนินการตามหลักการความโปร่งใสในระหว่างการพิจารณาทบทวนอนุสัญญา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลในการดำเนินนโยบายต่อต้านการทุจริต
รองนรม.เจิ้งฯ ชี้ว่า วันที่ 9 ธันวาคมของทุกปี คือ วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (UN International Anti-Corruption Day) 8 หน่วยงานบริหารที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ มีขอบเขตการให้บริการตั้งแต่การคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ กิจการเพื่อสังคม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการที่ดิน และกิจการราชทัณฑ์ จึงจะเห็นได้ว่า นอกจากหน่วยงานต่างๆ จะจัดตั้งต้นแบบการดำเนินงานด้วยหลักการความโปร่งใสแล้ว ยังก้าวสู่การเป็นต้นแบบที่ดีที่สุดในการใช้นวัตกรรมมาส่งเสริมสวัสดิการและความผาสุกของภาคประชาชน
รองนรม.เจิ้งฯ เห็นว่า ไต้หวันก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านทางประชาธิปไตยอย่างกล้าหาญ ซึ่งปัจจุบันได้กลายมาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเสรีภาพ ประชาธิปไตยและเปิดกว้างที่สุดในระดับสากล อีกทั้งยังร่วมการอุทิศคุณประโยชน์ในระบบห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก และความมั่นคงในระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตาม พวกเราต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า ค่านิยมด้านเสรีภาพและประชาธิปไตยที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน เป็นผลสัมฤทธิ์ที่เกิดจากความมุ่งมั่นพยายามร่วมกันของภาคประชาชนชาวไต้หวันทุกยุคสมัย ด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นต้องรักษาค่านิยมพื้นฐานเหล่านี้ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์ความท้าทายที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เมื่อต้องเผชิญกับการแผ่ขยายอิทธิพลของอำนาจเผด็จการ การเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ และความเหลื่อมล้ำในสังคม พวกเรายิ่งจำเป็นต้องยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลที่เปิดกว้าง โปร่งใส รับผิดชอบ มีส่วนร่วม ประสานความร่วมมือ และมีประสิทธิภาพ ในการเสริมสร้างกลไกของสังคมประชาธิปไตยที่เปี่ยมด้วยความทรหด ทั้งนี้ เพื่อสร้างหลักประกันให้ประชาธิปไตยสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืน
รองนรม.เจิ้งฯ กล่าวอีกว่า หลังจากที่สหประชาชาติมีมติเห็นชอบต่อ “อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต”(UNCAC) ในปี พ.ศ. 2546 แล้ว แม้ไต้หวันจะมิใช่ประเทศสมาชิกภายใต้ระบบ UN แต่ก็ยังคงก้าวข้ามกรอบจำกัด ด้วยการมุ่งดำเนินการตามมาตราในอนุสัญญาอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งได้กำหนด “แนวทางการปฏิบัติตามอนุสัญญา UNCAC” ในปีพ.ศ. 2558 และนับตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา ไต้หวันได้กำหนดให้มีการประกาศรายงานแห่งชาติเป็นวาระประจำทุกๆ 4 ปี พร้อมทั้งจัดการประชุมนานาชาติเพื่อตรวจสอบรายงานแห่งชาติ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเชื่อมโยงสู่โลกนานาชาติแล้ว ยังเป็นการพิจารณาทบทวนตนเองด้วยมาตรฐานระหว่างประเทศ ภายใต้ความมุ่งมั่นพยายามอย่างต่อเนื่องของกระทรวงยุติธรรม ขณะนี้ได้มีการประกาศความคืบหน้าของรายงานแห่งชาติครั้งที่ 3 ภายใต้ “อนุสัญญา UNCAC” เพื่อตอบสนองต่อข้อคิดเห็นและคำชี้แนะอันเป็นข้อสรุปที่ได้รับจากคณะกรรมการชุดล่าสุด มาใช้พิจารณาเป็นหลักอ้างอิง
รองนรม.เจิ้งฯ กล่าวด้วยว่า เมื่อเดือนมิถุนายน 2566 ไต้หวัน - สหรัฐฯ ได้ร่วมลงนาม “แผนริเริ่มทางการค้าแห่งศตวรรษที่ 21 ระหว่างไต้หวัน - สหรัฐฯ” โดยได้มีการกำหนดแผนแม่บท “การต่อต้านการทุจริต” เข้าไว้ในนั้นด้วย โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะจัดตั้งต้นแบบการปราบปรามการทุจริตแบบข้ามพรมแดน ผ่านการประสานความร่วมมือแบบทวิภาคี ระหว่างไต้หวัน – สหรัฐฯ ซึ่งนับตั้งแต่ที่ปธน.ไล่ชิงเต๋อขึ้นดำแหน่งเป็นต้นมา ก็ได้กำหนดให้ “ความซื่อสัตย์และหมั่นเพียร มุ่งบรรลุหลักธรรมาภิบาลตามหลักการประชาธิปไตย ควบคู่ไปกับการจัดตั้งรัฐบาลแบบเปิดกว้าง” เป็นเป้าหมายสำคัญ นอกจากนี้ นรม.จั๋วหรงไท่ ก็ได้เรียกร้องให้ยึดมั่นในหลักการ “ไม่ยอมจำนนต่อคอร์รัปชัน” ด้วยการสรรสร้างสภาพแวดล้อมของหน่วยงานราชการที่โปร่งใสและซื่อสัตย์