New Southbound Policy Portal

ระบบการจัดเก็บภาษีคาร์บอน มีผลบังคับใช้แล้ว พร้อมเปิดให้บริการยื่นขออนุมัติแผนปฏิบัติการลดกาซเรือนกระจกด้วยตนเองด้วย

กระทรวงสิ่งแวดล้อม วันที่ 8 ก.พ. 68
 
ระบบการจัดเก็บภาษีคาร์บอน มีผลบังคับใช้แล้วในปีนี้ โดย “ระเบียบว่าด้วยการจัดเก็บภาษีคาร์บอน” กำหนดไว้ว่า ในเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องชำระภาษีคาร์บอน ผู้ประกอบการที่เข้าข่ายถูกเรียกเก็บภาษี จะต้องชำระภาษีโดยอ้างอิงจากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้งปี 2568 โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อม (Ministry of Environment, MOENV) สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เปิดเผยว่า จากการสำรวจพบว่า ร้อยละ 80 ของผู้ที่ต้องชำระภาษีคาร์บอน มีความจำนงที่จะยื่นขออนุมัติ เพื่อกำหนดเป้าหมายและแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยตนเอง ภายในปี 2573 เพื่อจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการเสียภาษีด้วยอัตรา 50 เหรียญไต้หวัน หรือ 100 เหรียญไต้หวัน ต่อปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวน 1 ตัน โดย MOENV ได้ย้ำว่า กลุ่มผู้ประกอบการจำเป็นต้องยื่นเสนอแผนการข้างต้น ก่อนหรือภายในวันที่ 30 มิ.ย. 68 ตามที่ระบุไว้ใน “กฎระเบียบว่าด้วยการบริหารแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยตนเอง” เพียงเท่านี้ก็จะสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ในการยื่นชำระค่าภาษีของปี 2568 ที่จะต้องชำระในปี 2569 ได้
 
ระบบภาษีคาร์บอนเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มิใช่เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งกระตุ้นมาตรการการลดก๊าซเรือนกระจก ผ่านการส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมาย ยื่นเสนอแผนปฏิบัติการเป้าหมายและแนวทางการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านทางอุตสาหกรรม หากแต่มิใช่การเพิ่มการจัดเก็บรายได้เข้าสู่ระบบการคลังของประเทศ ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจที่มีต่อระบบภาษีคาร์บอนให้แก่กลุ่มเป้าหมาย MOENV และกระทรวงเศรษฐการ (Ministry of Economic Affairs, MOEA) จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมชี้แจงแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยตนเอง ขึ้นเป็นจำนวนรวม 12 รอบ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ที่เกี่ยวข้อง อันจะเห็นได้จากการที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนกว่า 4,000 คน
 
เพื่อดำเนินการพิจารณาตามแผนการข้างต้น MOENV จึงได้ทำการจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณา ด้วยการรวบรวมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานส่วนกลางที่มีอำนาจหน้าที่เพื่อวัตถุประสงค์ในทิศทางเดียวกัน พร้อมทั้งจะอ้างอิงตามสถานการณ์ ในการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการ เข้าร่วมการพิจารณา และจะทำการลงมติให้ผ่านหรือไม่ให้ผ่าน โดยอ้างอิงตามผลการพิจารณา ภายในระยะเวลา 3 เดือน
 
นอกจากนี้ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายการลงทุนของกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินแผนปฏิบัติการข้างต้น MOEA จึงได้จัดเพิ่มให้การลดประหยัดพลังงาน เข้าเป็นหนึ่งในรายการการลดหย่อนภาษีได้ โดยอ้างอิงตาม “ระเบียบด้านนวัตกรรมอุตสาหกรรม” ควบคู่ไปกับการจัดตั้งกลไกการชี้แนะที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คำปรึกษาและคำชี้แนะทางเทคโนโลยีด้วยความเป็นมืออาชีพแก่ภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการ ในการยื่นขออนุมัติแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยตนเอง เพื่อให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีคาร์บอนที่มีต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ ตลอดจนยังเป็นการคำนึงถึงศักยภาพการแข่งขันในระดับนานาชาติของภาคอุตสาหกรรมไปพร้อมๆ กับการบรรลุเป้าหมายการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์โดยเร็ววัน