New Southbound Policy Portal

นรม.ไต้หวันเป็นประธานการประชุมรายงานความคืบหน้าด้านการป้องกันโรคมะเร็งแห่งชาติ โดยระบุว่า จำนวนผู้เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็ง เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 25.2%

 สภาบริหาร วันที่ 29 ธ.ค. 68

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา นายจั๋วหรงไท่ นายกรัฐมนตรีไต้หวัน ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม “รายงานความคืบหน้าด้านการป้องกันโรคมะเร็งแห่งชาติ ครั้งที่ 21” ซึ่งที่ผ่านมา สภาบริหารได้เดินหน้าผลักดันโครงการป้องกันมะเร็งแห่งชาติ ภายใต้แนวคิด “การป้องกัน การตรวจคัดกรอง การรักษาและการดูแลสุขภาพ” อย่างกระตือรือร้น โดยในปี พ.ศ. 2568 จำนวนผู้เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็ง เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 25.2% ด้วยเหตุนี้ สภาบริหารจึงกำชับให้กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ (MOHW) เร่งส่งเสริมให้ภาคประชาชนเข้ารับบริการการตรวจคัดกรอง หากตรวจพบความผิดปกติจะได้ทำการรักษาแต่เนิ่นๆ ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มอัตราการรอดชีวิตจากมะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพ และขอให้ MOHW เฝ้าจับตาทิศทางการพัฒนาด้านการรักษาในระดับนานาชาติ ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพและการเข้าถึงการแพทย์แม่นยำ และอัดฉีดงบประมาณพิเศษ เพื่อวิจัยยาต้านมะเร็งตัวใหม่ พร้อมขอให้กระทรวงแรงงาน (MOL) มุ่งส่งเสริมภารกิจและผลักดันสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อผู้ป่วยโรคมะเร็งอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดให้กลไกการบริการตรวจคัดกรองเซลล์มะเร็ง เข้าถึงสถานประกอบการอย่างแท้จริง เพื่อเพิ่มพูนอัตราการตรวจคัดกรองแบบองค์รวม  นอกจากนี้ ยังขอให้กระทรวงสิ่งแวดล้อม (MOENV) เร่งประเมินผลกระทบความเสี่ยงต่อสุขภาพที่เกิดจากมลพิษทางอากาศ โดยบูรณาการแนวคิดด้านเวชศาสตร์ป้องกัน และการคุ้มครองสุขภาพ เข้าสู่กลไกการวางแผนป้องกันและแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ขณะเดียวกัน สภาบริหารก็จะบูรณาการทรัพยากรข้ามหน่วยงาน เพื่อส่งเสริมให้นโยบายที่เกี่ยวข้องได้รับการผลักดันอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิชิตสู่เป้าหมาย “ไต้หวันสุขภาพดี”
 
นรม.จั๋วฯ กล่าวว่า โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของภาคประชาชนชาวไต้หวัน ติดต่อกันมาเป็นเวลา 43 ปี โดยในทุกปี จำนวนผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เพิ่มขึ้น ราว 120,000 คน และมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากกว่า 50,000 คนต่อปี ถือเป็นวิกฤตความท้าทายด้านสาธารณสุขส่วนรวม
 
นับตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มมากขึ้น เพื่อขยายขอบเขตการให้บริการ ควบคู่ไปกับการเฝ้าติดตามอาการผู้ป่วยรายกรณีและเชื่อมโยงเข้าสู่กลไกการรักษา ซึ่งตราบจนกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา จำนวนผู้เข้ารับการตรวจคัดกรองทั่วประเทศ มีจำนวนกว่า 5.87 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนสูงถึง 25.2% ที่สำคัญคือผู้ที่เข้ารับการตรวจคัดกรองโดยส่วนมาก อยู่ในระยะก่อนมะเร็งหรือระยะแรก สะท้อนให้เห็นว่า นโยบายการขยายขอบเขตการตรวจคัดกรอง มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการตรวจพบในระยะลุกลามได้จริง