New Southbound Policy Portal
ทำเนียบประธานาธิบดี วันที่ 13 ม.ค. 69
เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ได้ให้การต้อนรับ “คณะตัวแทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแคนาดา” โดยปธน.ไล่ฯ ได้แสดงความขอบคุณต่อรัฐสภาแคนาดา ที่ให้การสนับสนุนไต้หวันอย่างหนักแน่นเสมอมา พร้อมระบุว่า หลายปีมานี้ ไต้หวัน – แคนาดา บังเกิดผลสัมฤทธิ์ทางความร่วมมือแบบทวิภาคีกันในหลากหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การค้า เทคโนโลยีและกิจการทางทะเล โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นทั้งสองฝ่ายจับมือกันกับพันธมิตรประชาธิปไตยโลก ร่วมธำรงรักษาไว้ซึ่งค่านิยมสากลด้านเสรีภาพ ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป
ในโอกาสนี้ ปธน.ไล่ฯ ได้แสดงความขอบคุณต่อรัฐสภาแคนาดา ที่ให้การสนับสนุนไต้หวันอย่างหนักแน่นเสมอมา ซึ่งเหล่าสมาชิกสภาแคนาดาหลายท่านในที่นี้ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมรายงานความสัมพันธ์แบบทวิภาคี “แคนาดา - ไต้หวัน” ที่ได้ยื่นเสนอข้อชี้แนะที่เป็นประโยชน์ต่อไต้หวัน รวม 18 รายการให้แก่คณะรัฐบาลแคนาดาได้พิจารณาลงมติ อีกทั้งยังให้การสนับสนุนไต้หวันเข้ามีส่วนร่วมในองค์การระหว่างประเทศ ตลอดจนร่วมแสดงจุดยืนคัดค้านการบิดเบือนญัตติที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ฉบับที่ 2758 ซึ่งสร้างความประทับใจให้แก่ภาคประชาชนชาวไต้หวันโดยถ้วนหน้า
ปธน.ไล่ฯ กล่าวว่า เมื่อไม่นานมานี้ จีนได้จัดการซ้อมรบทางทหารเป็นวงกว้างในพื้นที่รายรอบไต้หวัน อันเป็นการทวีสร้างความตึงเครียดในระดับภูมิภาค ในโอกาสนี้ ปธน.ไล่ฯ ขอแสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลแคนาดาที่ได้ประกาศแถลงการณ์แสดงความห่วงกังวล ควบคู่ไปกับการแสดงจุดยืนต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสถานภาพเดิมในช่องแคบไต้หวัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การธำรงรักษาสถานภาพเดิมในช่องแคบไต้หวันที่มีสันติภาพและเสถียรภาพ ไม่เพียงแต่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของทุกฝ่าย แต่ยังเป็นฉันทามติร่วมกันของประชาคมโลกอีกด้วย
ตลอดระยะเวลา 3 ปีมานี้ ไต้หวัน - แคนาดา บังเกิดผลสัมฤทธิ์ทางความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมกันในหลากหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การค้า เทคโนโลยีและกิจการทางทะเล เป็นต้น อันจะเห็นได้จากการลงนาม “ความตกลงว่าด้วยหลักประกันและการส่งเสริมการลงทุน” และ “ความตกลงทางความร่วมมือด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์” เป็นต้น ซึ่งส่งผลให้ความสัมพันธ์แบบทวิภาคี ดำเนินไปในทิศทางเชิงลึก นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังมีข้อได้เปรียบที่สามารถเอื้อประโยชน์แก่กันในเชิงอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ภายใต้ยุคสมัยใหม่รูปแบบ AI พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าแบบทวิภาคี โดยเฉพาะ “กรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการค้า” ระหว่างไต้หวัน – แคนาดา หากสามารถลงนามให้แล้วเสร็จโดยเร็ววัน จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมและประชาชนของทั้งสองประเทศ
ปธน.ไล่ฯ เน้นย้ำว่า เมื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามด้วยกำลังทหารที่จีนกระทำต่อพื้นที่ประเทศรายรอบ พวกเราเชื่อว่า “สันติภาพมีค่าเหนือสิ่งอื่นใด ไม่มีผู้ชนะที่แท้จริงในสงคราม” ซึ่งพวกเรายังคงยืนหยัดในแนวคิด “สร้างสันติภาพด้วยศักยภาพที่เข้มแข็ง” และต้องการเผยให้ประชาคมโลกมองเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจในการปกป้องประเทศด้วยการพึ่งพาตนเองของไต้หวันอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งระบุว่า เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลไต้หวันได้ประกาศงบประมาณทางกลาโหมประจำปีนี้อย่างเปิดเผย ซึ่งอ้างอิงตามมาตรฐานที่กำหนดโดยองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ด้วยการปรับเพิ่มงบประมาณทางกลาโหมของไต้หวันให้เพิ่มขึ้น ในสัดส่วนร้อยละ 3.32% ของ GDP ในปีหน้านี้ และวางแผนจะพิชิตเป้าหมาย 5% ของ GDP ภายในปี พ.ศ. 2573 นอกเหนือจากนี้ ไต้หวันยังหวังที่จะจับมือกับกลุ่มพันธมิตรด้านประชาธิปไตยทั่วโลก ในการปกป้องไว้ซึ่งเสรีภาพ ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน
Ms. Melissa Lantsman หัวหน้าคณะตัวแทน แสดงความขอบคุณต่อปธน.ไล่ฯ และเจ้าหน้าที่ภาครัฐของไต้หวัน สำหรับการต้อนรับอันแสนอบอุ่น พร้อมทั้งกล่าวว่า ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีโอกาสเดินทางเยือนไต้หวันอีกครั้ง และได้เข้าพบคารวะปธน.ไล่ฯ เหล่าสมาชิกคณะตัวแทนต่างรู้สึกถนอมความสัมพันธ์ที่มีต่อไต้หวัน และเล็งเห็นว่าไต้หวันเป็นหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้และเป็นพันธมิตรสำคัญของโลกที่ไม่สามารถขาดได้ ไต้หวันเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรม มีระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคงแข็งแกร่ง ยึดมั่นในระบอบการปกครองรูปแบบประชาธิปไตยอย่างมั่นคงหนักแน่น และมีสังคมที่เปี่ยมเสรีภาพ แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับการถูกกีดกันอย่างต่อเนื่อง แต่ไต้หวันก็ยังคงมุ่งสร้างคุณประโยชน์ที่มีความหมายให้แก่ประชาคมโลกอยู่อย่างต่อเนื่อง
Ms. Lantsman ระบุว่า วัตถุประสงค์การเดินทางเยือนไต้หวันของคณะตัวแทนในครั้งนี้ เพื่อต้องการแสดงจุดยืนให้ภาคประชาชนชาวไต้หวันร่วมรับทราบว่า มีมิตรสหายหลายท่านในรัฐสภาแคนาดาที่ให้การสนับสนุนไต้หวัน และต้องการเรียนรู้ประสบการณ์จากไต้หวัน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้ไต้หวันเกิดความเข้าใจต่อการสนับสนุนจากแคนาดา และแนวทางการกระชับความร่วมมือแบบทวิภาคีในเชิงลึกอย่างเป็นรูปธรรม
Ms. Lantsman แถลงว่า ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสทางความร่วมมือกันในหลากหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ , ความมั่นคงทางพลังงาน , ความยืดหยุ่นของระบบห่วงโซ่อุปทาน , กระบวนการผลิตที่ทันสมัย , นวัตกรรมและการแลกเปลี่ยนภาคประชาชน เป็นต้น โดย Ms. Lantsman เชื่อว่า ไต้หวันควรเข้าร่วมการประชุมนานาชาติต่างๆ เพื่อร่วมอุทิศความรู้ความเชี่ยวชาญของไต้หวัน และสร้างคุณประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมให้แก่ประชาคมโลก มิควรถูกจำกัดหรือขัดขวางด้วยเหตุผลทางการเมืองจากระบอบเผด็จการที่หวาดกลัวความโปร่งใสและเสรีภาพ
Ms. Lantsman ระบุว่า หลายปีมานี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรข้ามพรรคหลายท่าน ต่างยื่นเสนอแผนริเริ่มว่าด้วยการเสริมสร้างความสัมพันธ์รูปแบบหุ้นส่วนกับไต้หวันในเชิงลึก และรู้สึกเป็นห่วงกังวลต่อภัยคุกคามที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรง ซึ่งเป็นวิกฤตความท้าทายที่ไต้หวัน – แคนาดาต้องร่วมเผชิญหน้า ทั้งการใช้อำนาจนอกอาณาเขต หรือการก่อความวุ่นวายข้ามพรมแดน , แรงกดดันทางเศรษฐกิจและการแพร่กระจายข่าวปลอมที่รัฐเป็นผู้ให้การสนับสนุน สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นยุทธศาสตร์ที่ใช้คุกคามสังคมประชาธิปไตย ปิดปากบุคคลที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ และบิดเบือนการอภิปรายในประเด็นสาธารณะ โดยคณะตัวแทนหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะจับมือกับไต้หวันและภาคสังคมพลเรือนไต้หวัน ร่วมเปิดโปงและสกัดกั้นภัยคุกคามเหล่านี้
Ms. Lantsman กล่าวว่า แรงกดดันที่ไต้หวันต้องเผชิญหน้าบนเวทีนานาชาติ นับวันยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยรัฐบาลแคนาดามีจุดยืนคัดค้านการส่งเสริมให้การข่มขู่ , การสร้างแรงกดดันด้วยกำลังทหาร และการเปลี่ยนแปลงบรรทัดฐานระหว่างประเทศ เป็นเรื่องปกติ พร้อมยืนหยัดในแนวคิดความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ , ระบอบการปกครองและภาคประชาสังคม จำต้องถูกหล่อหลอมขึ้นจากความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งและมีพลัง และตั้งอยู่บนพื้นฐานด้านเสรีภาพ , ประชาธิปไตย , หลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชน เป็นต้น