New Southbound Policy Portal
ทำเนียบประธานาธิบดี วันที่ 14 ม.ค. 69
เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ได้ให้การต้อนรับ Ms. Kate Gallego นายกเทศมนตรีเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนาแห่งสหรัฐฯ พร้อมด้วยคณะตัวแทน นับเป็นครั้งที่ 3 ที่ Ms. Gallego เดินทางเยือนต่อเนื่องจากปี พ.ศ. 2562 โดยปธน.ไล่ฯ อาศัยโอกาสนี้แสดงความขอบคุณต่อ Ms. Gallego ที่ให้การสนับสนุนไต้หวันด้วยวิธีการที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในปี 2566 ที่ปธน.ไล่ฯ เดินทางแวะเยือนซานฟรานซิสโก ในวาระตำแหน่งรองปธน. ไต้หวัน ก็ได้รับการต้อนรับอันแสนอบอุ่นจาก Ms. Gallego ในระหว่างการเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยชาวไต้หวันที่พำนักในพื้นที่ แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและความสัมพันธ์อันดีที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐของสหรัฐฯ ส่งมอบให้ไต้หวันเสมอมา
ปธน.ไล่ฯ กล่าวว่า ไต้หวัน – สหรัฐฯ ต่างยึดมั่นในค่านิยมสากลด้านประชาธิปไตยและเสรีภาพร่วมกัน อีกทั้งยังเดินหน้าเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีอย่างแน่นแฟ้นในด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ การค้าและการบ่มเพาะบุคลากร โดยเฉพาะหลายปีมานี้ สหรัฐฯ ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของการลงทุนโดยตรงจากไต้หวัน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ของการลงทุนทั้งหมดในต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ไต้หวันก็ถือเป็นคู่ค้าและพันธมิตรในระบบห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของสหรัฐฯ เช่นกัน โดยในจำนวนนี้ การเข้าลงทุนในรัฐแอริโซนาของบริษัท TSMC ถือเป็นหนึ่งในผลสัมฤทธิ์สำคัญของการแลกเปลี่ยนระหว่างไต้หวัน – สหรัฐฯ ตลอดจนเป็นการวางรากฐานอุตสาหกรรมไต้หวันสู่เวทีโลก อันเป็นการปูพื้นฐานสำคัญสำหรับแผนแม่บทด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
ในโอกาสนี้ ปธน.ไล่ฯ ได้แสดงความขอบคุณต่อ Ms. Gallego และที่ประชุมสภาเมืองฟีนิกซ์ ที่มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการพาณิชย์ที่เป็นมิตรต่อไต้หวัน ด้วยการส่งมอบกลไกความช่วยเหลือ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน การดึงดูดผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและการประสานงานบริหาร ทั้งนี้ เพื่อให้ซัพพลายเออร์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ไต้หวัน สามารถจัดตั้งรากฐานธุรกิจ ส่งมอบกลไกการบริการ เพื่อส่งเสริมให้เมืองฟีนิกซ์ พัฒนาสู่นิคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีนัยยะเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญระดับโลก
ปธน.ไล่ฯ กล่าวว่า ท่ามกลางยุคสมัยเทคโนโลยี AI ที่มีการพัฒนาเติบโตอย่างก้าวกระโดด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จึงมุ่งผลักดันการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการผลิตในสหรัฐฯ อย่างจริงจัง และ ต้องการมุ่งสร้างให้สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี AI ระดับสากล โดยไต้หวันมีความยินดีและมีศักยภาพที่จะบูรณาการระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีขั้นสูงที่ครบวงจร ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบภายในประเทศ ผสานเข้ากับศักยภาพด้านนวัตกรรมและขอบเขตการตลาดของสหรัฐฯ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางอุตสาหกรรมในเชิงลึกร่วมกัน ตลอดจนจับมือกันสรรสร้าง “ห่วงโซ่อุปทานที่เป็นอิสระจากการพึ่งพาจีน” (Non – red Supply Chain) ที่เชื่อถือได้ เพื่อส่งเสริมให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้าและความมั่นคงทางภาคอุตหกรรมแบบทวิภาคี นับวันยิ่งดำเนินไปอย่างมั่นคงและมีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ไต้หวัน – รัฐแอริโซนา ต่างให้ความสำคัญต่อการบ่มเพาะบุคลากรและการเชื่อมโยงของยุคสมัย โดยทั้งสองฝ่ายต่างเดินหน้าผลักดันความร่วมมือด้านเซมิคอนดักเตอร์ , การบ่มเพาะบุคลากร AI , ระบบหลักสูตรร่วม (Joint Dual-degree) , การฝึกงานและการแลกเปลี่ยนด้านผลงานวิจัย เพื่อวัตถุประสงค์ในการบ่มเพาะบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความสามารถและเปี่ยมวิสัยทัศน์นานาชาติให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งรูปแบบความร่วมมือเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นการตอบสนองต่อความต้องการภาคอุตสาหกรรมแล้ว ยังเป็นการยกระดับให้ไต้หวัน – เมืองฟีนิกซ์ พัฒนาสู่การเป็นพันธมิตรสำคัญด้านการลงทุนและความร่วมมือทางเทคโนโลยี และเป็นหุ้นส่วนในการร่วมพัฒนาบุคลากรในอนาคตอีกด้วย
ปธน.ไล่ฯ เน้นย้ำว่า ในอนาคต ไต้หวัน - สหรัฐฯ จะเดินหน้าผลักดันการแลกเปลี่ยนอย่างครอบคลุมและมีความหลากหลาย โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นทั้งสองฝ่ายเร่งลงนาม “ความตกลงว่าด้วยการหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีซ้ำซ้อน” โดยเร็ววัน ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนระยะยาวในสหรัฐฯ ของบริษัท TSMC และผู้ประกอบการในระบบห่วงโซ่อุปทานเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสตำแหน่งงานในพื้นที่ และเป็นการกระตุ้นการเติบโตของนิคมอุตสาหกรรมในรัฐแอริโซนาและเมืองฟีนิกซ์อีกด้วย
Ms. Gallego กล่าวว่า ในเดือนนี้ สายการบิน STARLUX Airlines มีกำหนดการจะเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงไทเป – เมืองฟีนิกซ์ ซึ่งจะให้บริการควบคู่ไปกับสายการบิน China Airlines เชื่อว่าจะเป็นการส่งเสริมความเชื่อมโยงแบบทวิภาคีให้ดำเนินต่อไปในทิศทางเชิงลึก พร้อมกันนี้ Ms. Gallego ยังได้ระบุว่า รัฐแอริโซนา - ไต้หวัน สานสัมพันธ์ระหว่างกันมาเป็นเวลายาวนาน ประกอบกับเมืองฟีนิกซ์ - กรุงไทเป ได้ผูกสัมพันธ์เป็นเมืองพี่น้องกันมาเป็นเวลาร่วม 50 ปี ซึ่งนอกเหนือจากความร่วมมือด้านเซมิคอนดักเตอร์แล้ว ทั้งสองฝ่ายยังมีประวัติความเป็นมาทางความร่วมมือด้านอวกาศและการฝึกอบรมนักบินมาอย่างช้านาน โดยในอนาคตจะเดินหน้าขยายขอบเขตทางความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง สำหรับแง่มุมทางการแพทย์และเทคโนโลยีชีวภาพ ความร่วมมือแบบทวิภาคีของทั้งสองฝ่ายบังเกิดซึ่งผลสัมฤทธิ์ที่เด่นชัด มีผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีชีวภาพในไต้หวันหลายราย กำลังวางแผนขยายรากฐานธุรกิจสู่ทวีปอเมริกาเหนือ เพื่อรุกเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ซึ่งนอกจากจะมีส่วนช่วยในการเผชิญหน้ากับความท้าทาย อาทิ โรคมะเร็งแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสการทำงานให้แก่ไต้หวันอีกด้วย ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์กันโดยถ้วนหน้า