New Southbound Policy Portal

การประชุมรัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมและกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ที่มีกำหนดการจะเปิดฉากขึ้นในเร็ววันนี้ มุ่งเน้นการอภิปรายในประเด็นคุณภาพอากาศและการบริหารจัดการด้านสุขภาพ

กระทรวงสิ่งแวดล้อม วันที่ 17 ม.ค. 69

เพื่อการบรรลุวิสัยทัศน์นโยบาย “ไต้หวันสุขภาพดี” ที่ยื่นเสนอโดยประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ควบคู่ไปกับการจัดตั้งกลไกการบริหารจัดการคุณภาพอากาศและการดูแลสุขภาพของภาคประชาชน เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา กระทรวงสิ่งแวดล้อม (MOENV) และกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ (MOHW) จึงได้จัด “การประชุมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ ครั้งที่ 2” ซึ่งสามารถดึงดูดผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จำนวน 11 คน เข้าร่วมอภิปรายผลกระทบและกลยุทธ์การตอบสนองที่เกิดจากความท้าทายด้านมลพิษทางอากาศและสภาพภูมิอากาศแบบสุดขั้ว นอกจากนี้ ต่อเนื่องจากการประชุมข้างต้น นายเผิงฉี่หมิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม และนายสือฉงเหลียง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ยังมีกำหนดการจัด “การประชุมร่วมรัฐมนตรี 2 กระทรวง” ขึ้นในวันที่ 26 มกราคมนี้ โดยจะติดต่อเชิญสมาชิก “คณะกรรมาธิการบริหารจัดการเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” และ “คณะกรรมาธิการด้านการส่งเสริมไต้หวันสุขภาพดี” ภายใต้การกำกับดูแลของทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน เข้าร่วมบูรณาการทรัพยากรในประเด็น “การตอบสนองต่อสภาพภูมิอากาศแบบสุดขั้ว” , “การบริหารจัดการคุณภาพอากาศ” และ “การคุ้มครองกลุ่มผู้ด้อยโอกาส” เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศชาติ ในการรับมือกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ
 
นายเซี่ยเหยียนหรู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในอนาคต MOENV จะจับมือกับMOHW อัดฉีดงบประมาณเพื่อ “การวิจัยด้านมลพิษอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ” เพื่อส่งเสริมให้การบริหารจัดการมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ด้วยการอ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ขณะเดียวกัน ก็จะผสมผสานเข้ากับกลไกการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเสริมสร้างระบบการแจ้งเตือนภัยต่อกรณีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควบคู่ไปกับการบรรลุคำมั่นว่าด้วยการคุ้มครองสุขภาพของภาคประชาชน ซึ่งการประชุมที่จัดขึ้นข้างต้น ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมหารือเพื่อบรรลุฉันทามติ “แผนปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรม” รวม 4 ประการ ดังนี้ :

1. เสริมสร้างกลไกการประชาสัมพันธ์ด้านสาธารณสุข เพิ่มพูนความตระหนักรู้แก่ภาคประชาชนต่อประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างมลพิษอากาศและสุขภาพ

2. อัดฉีดทรัพยากรการแพทย์อย่างแม่นยำ เพื่อส่งมอบการสนับสนุนทางการแพทย์ที่เพิ่มพูนให้แก่ภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศขั้นรุนแรง

3. ให้ความสำคัญในการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษที่มีความเสี่ยงสูง ด้วยการกำหนดสารมลพิษทางอากาศที่ก่อให้เกิดอันตราย และให้ความสำคัญในการบริหารจัดการแหล่งกำเนิดมลพิษ

4. ร่วมจัดตั้งกลไกการตอบสนองแบบข้ามหน่วยงาน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามต่อสุขภาพที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งร้อนจัดและหนาวจัด 

เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคมของปีที่แล้ว MOENV – MOHW ร่วมกันจัดตั้ง “การประชุมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ” พร้อมทั้งจัดการประชุมครั้งที่ 1 โดยได้ติดต่อเชิญนักวิชาการด้านการแพทย์ สาธารณสุขและเวชกรรมสิ่งแวดล้อม จำนวน 21 คนเข้าร่วม ซึ่งมีกำหนดการจัดการประชุมขึ้นทุกๆ ไตรมาส ซึ่งการประชุมครั้งที่ 2 ที่ผ่านมา ได้เปิดการอภิปรายกันในประเด็น “ความเกี่ยวโยงระหว่างมลพิษอากาศและสุขภาพ” ซึ่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องตรงกันว่า มลพิษอากาศและสุขภาพมีความเกี่ยวโยงซึ่งกันและกัน แต่เนื่องจากมลพิษทางอากาศมีอนุภาคที่ซับซ้อน อันเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคภัยต่างๆ มากมาย ซึ่งผลกระทบบางรายการ มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับแล้ว และมีบางประการที่ยังอยู่ระหว่างการวิจัย โดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเสนอแนะให้จำแนกข้อมูลตามสารมลพิษทางอากาศ เช่นโลหะหนักและกลุ่มสารเคมีอินทรีย์โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนที่พบได้บ่อยในละอองฝุ่น PM 2.5 , สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) รวมถึงความเข้มข้นของสารมลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบให้เกิดโรคภัย จากนั้นจึงบูรณาการจัดทำสื่อสุขศึกษาที่คำนึงถึงมุมมองความรู้สึกนึกคิดของภาคประชาชน โดยจัดทำการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งสถานพยาบาลและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ขณะเดียวกัน ก็ควรที่จะจัดสรรและอัดฉีดทรัพยากรการแพทย์เข้าสู่กลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยงในการได้รับมลพิษอากาศขั้นรุนแรง ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและควบคุมโรค ในแง่มุมการจัดสรรทรัพยากรทางการแพทย์ ควรเริ่มจากการเสริมสร้างกลไกการตรวจสุขภาพ และการปรับขนาดยาที่คำนึงถึงปัจจัยด้านสภาพอากาศและข้อมูลรายงานคุณภาพอากาศ เป็นต้น ส่วนแง่มุมการบริหารจัดการแหล่งกำเนิดมลพิษอากาศ ควรเริ่มจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดก่อนเป็นอันดับแรก นอกจากนี้ MOENV – MOHW ยังจะจับมือกันอัดฉีดทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อการวิจัยติดตามผลในภายภาคหน้า ทั้งนี้ เพื่อเป็นหลักอ้างอิงในการผลักดันนโยบายการควบคุมมลพิษทางอากาศและมาตรการการป้องกันโรคภัย
 
เมื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำนักงานบริหารจัดการสภาพภูมิอากาศ (CCA) ภายใต้ MOENV จึงได้จัดทำการรายงานผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ที่เกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวน พร้อมทั้งร่วมอภิปรายแนวทางการปรับตัวเชิงบูรณาการ และแบ่งปันประสบการณ์รูปแบบจำลอง ภายใต้ “กลไกการแจ้งเตือนภัยภายในห้องพักของผู้สูงอายุที่อาศัยเพียงลำพัง” ที่ร่วมคิดค้นวิจัยกับมหาวิทยาลัยเฉิงกง (NCKU) เพื่อนำเสนอให้เห็นความเป็นไปได้ในการยกระดับกลไกการคุ้มครองกลุ่มชนที่มีความเสี่ยงสูงด้วยเทคโนโลยี
 
ในอนาคต MOENV – MOHW จะเดินหน้าบูรณาการกลยุทธ์ “การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม” และ “สาธารณสุข” อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างกลไกการคุ้มครองประชาชนจากความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเป็นการบรรลุวิสัยทัศน์ด้านสุขภาพที่ยั่งยืนโดยถ้วนหน้า