New Southbound Policy Portal

ประธานาธิบดีให้การต้อนรับคณะผู้แทนข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกจาก German Marshall Fund

ทำเนียบประธานาธิบดี 21 มกราคม 2569

เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (วันที่ 21) ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ แห่งสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้ให้การต้อนรับคณะผู้แทนข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกจากมูลนิธิ German Marshall Fund (GMF) พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณต่อสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรในสหภาพยุโรปที่ให้การสนับสนุนไต้หวันมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการเผชิญหน้ากับความท้าทายระดับโลก

ในเดือนนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังได้เผยแพร่รายงานวิจัยฉบับสำคัญ ซึ่งวิเคราะห์อย่างครอบคลุมทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ การทหาร สังคม และระดับนานาชาติ โดยระบุว่าหากจีนแผ่นดินใหญ่ทำสงครามกับไต้หวันจะต้องใช้ต้นทุนอย่างมหาศาล พร้อมทั้งย้ำว่าประชาคมโลกจำเป็นต้องแสดงขีดความสามารถและเจตจำนงในการต่อต้านการดำเนินการทางทหารของจีน

ประธานาธิบดีไล่ฯ กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นว่า มีเพียงการผนึกกำลังร่วมมือกันของเหล่าประเทศประชาธิปไตยเท่านั้น จึงจะสามารถใช้สติปัญญาและแสดงพลังร่วมกันเพื่อต่อต้านการขยายตัวของอำนาจนิยม และร่วมกันปกป้องคุณค่าแห่งประชาธิปไตยและเสรีภาพต่อไป

ประธานาธิบดียังระบุด้วยว่า งบประมาณด้านการป้องกันประเทศของไต้หวันในปีนี้จะสูงกว่า 3% ของ GDP และตั้งเป้าจะให้ถึง 5% ของ GDP ภายในปี 2573 นอกจากนี้ ยังได้มีการเสนอให้ตั้งงบประมาณพิเศษด้านการป้องกันประเทศจำนวน 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อสร้างระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ทันสมัยภายใต้ชื่อโล่แห่งไต้หวัน โดยมีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไต้หวัน

ทางด้าน อเล็กซานดรา เดอ ฮูป เชฟเฟอร์ ประธาน GMF ชี้ว่า ในปีนี้ คณะผู้แทนฯ มุ่งเน้นไปที่ประเด็นด้านความมั่นคง การป้องกันประเทศ และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เนื่องจากเป็นมิติสำคัญที่สหรัฐอเมริกา ยุโรป และไต้หวัน จำเป็นต้องขยายความร่วมมือกันในเชิงลึกให้มากยิ่งขึ้น

การเดินทางเยือนของคณะผู้แทนฯ ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ ประการแรก สมาชิกหลายท่านในคณะเดินทางมาเยือนไต้หวันเป็นครั้งแรก จึงหวังที่จะทำความเข้าใจในเชิงลึกเกี่ยวกับพลวัตต่างๆ ที่ส่งผลต่อไต้หวันและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกทั้งหมด ประการที่สอง คือ การขยายความร่วมมือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับไต้หวัน ซึ่งถือเป็นจิตวิญญาณและภารกิจหลักของ German Marshall Fund

ประธานเชฟเฟอร์กล่าวสรุปว่า ประการแรก ความมั่นคงในอินโด-แปซิฟิกและความเสถียรภาพของช่องแคบไต้หวันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและระดับโลก ซึ่งไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงห่วงโซ่อุปทานโลกและขีดความสามารถในการป้องปราม (ลัทธิอำนาจนิยม) ด้วย โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ และพันธมิตรในยุโรปต่างก็ยกระดับการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ประการที่สอง ประเด็นเรื่องไต้หวันไม่ใช่ปัญหาในระดับภูมิภาค แต่เป็นประเด็นระดับโลก และยังเกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของกลุ่มพันธมิตรที่เกี่ยวข้องด้วย ประการที่สาม ประเด็นสำคัญอยู่ที่การจะเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในประเด็นสำคัญต่างๆ ซึ่งรวมถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ตลอดจนการพัฒนาและนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศ ท้ายที่สุด ประธานโฮเชฟมีความคาดหวังที่จะกระชับความสัมพันธ์หุ้นส่วนกับไต้หวันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป