New Southbound Policy Portal
ทำเนียบประธานาธิบดี วันที่ 30 ม.ค. 69
ระยะที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ทูลเกล้าฯ ถวายสาส์นต่อสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 (Pope Leo XIV) เพื่อขานรับต่อ “สาส์นอภิบาลเนื่องในวันสันติภาพโลก ประจำปี 2569”
สาระสำคัญของสาส์นข้างต้น มีดังนี้ :
สาส์นอภิบาลเนื่องในวันสันติภาพโลก ประจำปี 2569 มีหัวข้อว่า “ขอสันติสุขจงมีแก่ท่านทั้งหลาย ร่วมก้าวสู่สันติภาพที่ปราศจากอาวุธและปลอดซึ่งการใช้อาวุธ” (Peace be with you all. Towards an unarmed and disarming peace) เพื่อต้องการเรียกร้องให้ปวงประชาราษฎรร่วมแสดงจุดยืนต่อต้านการใช้ความรุนแรงและสงคราม แสวงหาสันติภาพอันแท้จริง ที่ตั้งมั่นอยู่บนหลักการความยุติธรรมและความรัก และส่งเสริมให้นำแนวคิดดังกล่าว ประยุกต์ใช้ในวิถีชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม
สำนักวาติกันชี้แจงด้วย “การเปรียบเปรยระหว่างความมืดมนและแสงสว่าง” ว่า มวลมนุษยชาติกำลังเผชิญหน้ากับช่วงเวลาที่ยากลำบากในการกำเนิดโลกใบใหม่ มีเพียงการมองเห็นและเชื่อมั่นในความโปร่งใสเท่านั้น ที่จะสามารถเอาชนะความมืดมนได้ ซึ่งปธน.ไล่ฯ ก็มีความเห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกัน ในปี ค.ศ. 1921 นายเจี่ยงเว่ยสุ่ย ผู้บุกเบิกการปฏิวัติประชาธิปไตยในไต้หวัน ได้ยื่นเสนอแนวคิดการปลอดอาวุธและพลเมืองโลก โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นไต้หวันก้าวสู่ “ประตูด่านแรกในการปกป้องสันติภาพโลก” จวบจนปัจจุบัน ไต้หวันที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ระยะห่วงโซ่ที่ 1 ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาภูมิรัฐศาสตร์โลก สันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน มีส่วนเกี่ยวพันกับความมั่นคงและสวัสดิการของภาคประชาชน อีกทั้งยังเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองระดับโลก ปธน.ไล่ฯ ยังคงยืนหยัดบนจุดยืนที่เน้นย้ำว่า ประชาธิปไตย สันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง ถือเป็นแนวทางการพัฒนาประเทศชาติของไต้หวัน และเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างไต้หวันและประชาคมโลก
ไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับการสร้างแรงกดดันด้วยกำลังทหารและการข่มขู่ทางการเมือง จากประเทศลัทธิอำนาจนิยมมาเป็นระยะเวลานาน อีกทั้งยังต้องพบเจอกับความท้าทายที่เกิดจากการบิดเบือนญัตติที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ฉบับที่ 2758 และบันทึกเอกสารประวัติศาสตร์จากสงครามโลกครั้งที่สอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดทอนสถานะอธิปไตยของไต้หวัน อย่างไรก็ตาม ไต้หวันยังคงยืนหยัดธำรงรักษาสันติภาพช่องแคบไต้หวันอย่างเป็นรูปธรรมเสมอมา ซึ่งพวกเรายินดีที่จะเปิดการเจรจา ภายใต้หลักการศักดิ์ศรีและความเท่าเทียม เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาความเจริญรุ่งเรืองแก่กัน โดยปธน.ไล่ฯ เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า วิธีการใดก็ตามที่เป็นการเปลี่ยนแปลงสถานภาพในปัจจุบันของช่องแคบไต้หวัน ล้วนแต่ไม่สามารถก่อเกิดสันติภาพที่แท้จริงได้ มีเพียงความเชื่อมั่นซึ่งกันและการเสวนาบนค่านิยมด้านประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนเท่านั้น จึงจะสามารถก่อเกิดซึ่งสันติภาพที่แท้จริงได้อย่างยั่งยืน
สำนักวาติกันระบุว่า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และเทคโนโลยี AI เข้าสู่กลาโหม กำลังเพิ่มความเสี่ยงของโศกนาฏกรรมที่เกิดจากความขัดแย้งด้วยอาวุธ ปธน.ไล่ฯ มีความเห็นที่สอดคล้องต่อประเด็นดังกล่าวและเห็นว่า นานาประเทศควรร่วมกันจัดตั้งกฎระเบียบ เพื่อสร้างหลักประกันให้การพัฒนาทางเทคโนโลยี ไม่ถูกนำไปไปใช้ในทางที่ผิด เพื่อการบ่อนทำลายสันติภาพ ซึ่งขณะนี้ ไต้หวันอยู่ระหว่างการเดินหน้าผลักดัน “โครงการเมกะโปรเจคด้าน AI โฉมใหม่ 10 ประการ” โดยตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี ค.ศ. 2040 จะสามารถสร้างตำแหน่งงาน 500,000 ตำแหน่ง ควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยี AI ที่เชื่อถือได้ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะพัฒนาก่อเกิดเป็นห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมให้ก้าวสู่ปัจจัยสำคัญในการธำรงรักษาสันติภาพระดับภูมิภาค ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) นำเอาเทคโนโลยี AI มาใช้ เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลและพลังงานสีเขียว ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับวิกฤตด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
สาส์นอภิบาลชี้ให้เห็นว่า ผู้นำที่แบกรับภาระความรับผิดชอบสูงสุด ควรที่เปิดการเจรจา ภายใต้หลักการความเชื่อถือและความจริงใจต่อกัน รวมถึงคำมั่นในการปฏิบัติตามพันธสัญญาที่มีต่อกันอย่างสัตย์ซื่อ เพื่อจัดตั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณด้านมนุษยธรรม โดยไต้หวันจะยังคงเดินหน้าผลักดันการทูตเชิงค่านิยมอย่างกระตือรือร้น ควบคู่ไปกับการแสดงให้เห็นจิตวิญญาณ “ไต้หวันช่วยได้” (Taiwan Can Help) บนรากฐานค่านิยมด้านเสรีภาพและประชาธิปไตย ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือกับกลุ่มประเทศที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกัน เพื่อร่วมเผชิญหน้ารับมือกับความท้าทายระดับสากล
ปธน.ไล่ฯ ในฐานะตัวแทนภาคประชาชนและรัฐบาลไต้หวัน ขอแสดงจุดยืนเน้นย้ำว่า ไต้หวันจะจับมือกับสำนักวาติกัน เพื่อส่งเสริมสันติภาพระดับโลก และบรรลุค่านิยมสากลที่ยึดมั่นในสิทธิมนุษยชนเป็นหัวใจสำคัญ