ช้ามไปยังส่วนข้อมูลหลัก
ปธน.ไล่ชิงเต๋อ ให้การต้อนรับคณะตัวแทนที่นำโดย Ms. Kate Gallego นายกเทศมนตรีเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนาแห่งสหรัฐฯ
2026-01-15
New Southbound Policy。ปธน.ไล่ชิงเต๋อ ให้การต้อนรับคณะตัวแทนที่นำโดย Ms. Kate Gallego นายกเทศมนตรีเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนาแห่งสหรัฐฯ (ภาพจากทำเนียบประธานาธิบดี)
ปธน.ไล่ชิงเต๋อ ให้การต้อนรับคณะตัวแทนที่นำโดย Ms. Kate Gallego นายกเทศมนตรีเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนาแห่งสหรัฐฯ (ภาพจากทำเนียบประธานาธิบดี)

ทำเนียบประธานาธิบดี วันที่ 14 ม.ค. 69

เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ได้ให้การต้อนรับ Ms. Kate Gallego นายกเทศมนตรีเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนาแห่งสหรัฐฯ พร้อมด้วยคณะตัวแทน นับเป็นครั้งที่ 3 ที่ Ms. Gallego เดินทางเยือนต่อเนื่องจากปี พ.ศ. 2562 โดยปธน.ไล่ฯ อาศัยโอกาสนี้แสดงความขอบคุณต่อ Ms. Gallego ที่ให้การสนับสนุนไต้หวันด้วยวิธีการที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในปี 2566 ที่ปธน.ไล่ฯ เดินทางแวะเยือนซานฟรานซิสโก ในวาระตำแหน่งรองปธน. ไต้หวัน ก็ได้รับการต้อนรับอันแสนอบอุ่นจาก Ms. Gallego ในระหว่างการเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยชาวไต้หวันที่พำนักในพื้นที่ แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและความสัมพันธ์อันดีที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐของสหรัฐฯ ส่งมอบให้ไต้หวันเสมอมา
 
ปธน.ไล่ฯ กล่าวว่า ไต้หวัน – สหรัฐฯ ต่างยึดมั่นในค่านิยมสากลด้านประชาธิปไตยและเสรีภาพร่วมกัน อีกทั้งยังเดินหน้าเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีอย่างแน่นแฟ้นในด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ การค้าและการบ่มเพาะบุคลากร โดยเฉพาะหลายปีมานี้ สหรัฐฯ ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของการลงทุนโดยตรงจากไต้หวัน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ของการลงทุนทั้งหมดในต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ไต้หวันก็ถือเป็นคู่ค้าและพันธมิตรในระบบห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของสหรัฐฯ เช่นกัน โดยในจำนวนนี้ การเข้าลงทุนในรัฐแอริโซนาของบริษัท TSMC ถือเป็นหนึ่งในผลสัมฤทธิ์สำคัญของการแลกเปลี่ยนระหว่างไต้หวัน – สหรัฐฯ ตลอดจนเป็นการวางรากฐานอุตสาหกรรมไต้หวันสู่เวทีโลก อันเป็นการปูพื้นฐานสำคัญสำหรับแผนแม่บทด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
 
ในโอกาสนี้ ปธน.ไล่ฯ ได้แสดงความขอบคุณต่อ Ms. Gallego และที่ประชุมสภาเมืองฟีนิกซ์ ที่มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการพาณิชย์ที่เป็นมิตรต่อไต้หวัน ด้วยการส่งมอบกลไกความช่วยเหลือ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน การดึงดูดผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและการประสานงานบริหาร ทั้งนี้ เพื่อให้ซัพพลายเออร์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ไต้หวัน สามารถจัดตั้งรากฐานธุรกิจ ส่งมอบกลไกการบริการ เพื่อส่งเสริมให้เมืองฟีนิกซ์ พัฒนาสู่นิคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีนัยยะเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญระดับโลก
 
ปธน.ไล่ฯ กล่าวว่า ท่ามกลางยุคสมัยเทคโนโลยี AI ที่มีการพัฒนาเติบโตอย่างก้าวกระโดด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จึงมุ่งผลักดันการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการผลิตในสหรัฐฯ อย่างจริงจัง และ ต้องการมุ่งสร้างให้สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี AI ระดับสากล โดยไต้หวันมีความยินดีและมีศักยภาพที่จะบูรณาการระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีขั้นสูงที่ครบวงจร ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบภายในประเทศ ผสานเข้ากับศักยภาพด้านนวัตกรรมและขอบเขตการตลาดของสหรัฐฯ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางอุตสาหกรรมในเชิงลึกร่วมกัน ตลอดจนจับมือกันสรรสร้าง “ห่วงโซ่อุปทานที่เป็นอิสระจากการพึ่งพาจีน” (Non – red Supply Chain) ที่เชื่อถือได้ เพื่อส่งเสริมให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้าและความมั่นคงทางภาคอุตหกรรมแบบทวิภาคี นับวันยิ่งดำเนินไปอย่างมั่นคงและมีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
 
ไต้หวัน – รัฐแอริโซนา ต่างให้ความสำคัญต่อการบ่มเพาะบุคลากรและการเชื่อมโยงของยุคสมัย โดยทั้งสองฝ่ายต่างเดินหน้าผลักดันความร่วมมือด้านเซมิคอนดักเตอร์ , การบ่มเพาะบุคลากร AI , ระบบหลักสูตรร่วม (Joint Dual-degree) , การฝึกงานและการแลกเปลี่ยนด้านผลงานวิจัย เพื่อวัตถุประสงค์ในการบ่มเพาะบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความสามารถและเปี่ยมวิสัยทัศน์นานาชาติให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งรูปแบบความร่วมมือเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นการตอบสนองต่อความต้องการภาคอุตสาหกรรมแล้ว ยังเป็นการยกระดับให้ไต้หวัน – เมืองฟีนิกซ์ พัฒนาสู่การเป็นพันธมิตรสำคัญด้านการลงทุนและความร่วมมือทางเทคโนโลยี และเป็นหุ้นส่วนในการร่วมพัฒนาบุคลากรในอนาคตอีกด้วย
 
ปธน.ไล่ฯ เน้นย้ำว่า ในอนาคต ไต้หวัน - สหรัฐฯ จะเดินหน้าผลักดันการแลกเปลี่ยนอย่างครอบคลุมและมีความหลากหลาย โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นทั้งสองฝ่ายเร่งลงนาม “ความตกลงว่าด้วยการหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีซ้ำซ้อน” โดยเร็ววัน ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนระยะยาวในสหรัฐฯ ของบริษัท TSMC และผู้ประกอบการในระบบห่วงโซ่อุปทานเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสตำแหน่งงานในพื้นที่ และเป็นการกระตุ้นการเติบโตของนิคมอุตสาหกรรมในรัฐแอริโซนาและเมืองฟีนิกซ์อีกด้วย
 
Ms. Gallego กล่าวว่า ในเดือนนี้ สายการบิน STARLUX Airlines มีกำหนดการจะเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงไทเป – เมืองฟีนิกซ์ ซึ่งจะให้บริการควบคู่ไปกับสายการบิน China Airlines เชื่อว่าจะเป็นการส่งเสริมความเชื่อมโยงแบบทวิภาคีให้ดำเนินต่อไปในทิศทางเชิงลึก พร้อมกันนี้ Ms. Gallego ยังได้ระบุว่า รัฐแอริโซนา - ไต้หวัน สานสัมพันธ์ระหว่างกันมาเป็นเวลายาวนาน ประกอบกับเมืองฟีนิกซ์ - กรุงไทเป ได้ผูกสัมพันธ์เป็นเมืองพี่น้องกันมาเป็นเวลาร่วม 50 ปี ซึ่งนอกเหนือจากความร่วมมือด้านเซมิคอนดักเตอร์แล้ว ทั้งสองฝ่ายยังมีประวัติความเป็นมาทางความร่วมมือด้านอวกาศและการฝึกอบรมนักบินมาอย่างช้านาน โดยในอนาคตจะเดินหน้าขยายขอบเขตทางความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง สำหรับแง่มุมทางการแพทย์และเทคโนโลยีชีวภาพ ความร่วมมือแบบทวิภาคีของทั้งสองฝ่ายบังเกิดซึ่งผลสัมฤทธิ์ที่เด่นชัด มีผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีชีวภาพในไต้หวันหลายราย กำลังวางแผนขยายรากฐานธุรกิจสู่ทวีปอเมริกาเหนือ เพื่อรุกเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ซึ่งนอกจากจะมีส่วนช่วยในการเผชิญหน้ากับความท้าทาย อาทิ โรคมะเร็งแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสการทำงานให้แก่ไต้หวันอีกด้วย ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์กันโดยถ้วนหน้า