เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตามเวลาในเขตตะวันออกของแคนาดา รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนําระดับโลก 7 ประเทศ (G7) และคณะผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายการทูตและความมั่นคงของสหภาพยุโรป ร่วมจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่ม G7 ขึ้น ณ ไนแอการา ประเทศแคนาดา ซึ่งได้มีการประกาศแถลงการณ์หลังเสร็จสิ้นการประชุม โดยระบุให้ความสำคัญต่อการธำรงรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน
เพื่อช่วยผลักดันและประชาสัมพันธ์สภาพแวดล้อมด้านการลงทุนในราชอาณาจักรเอสวาตินี ซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรของไต้หวันที่ตั้งอยู่ในทวีปแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศของไต้หวันจึงได้จัดรวบรวมคณะผู้ประกอบการไต้หวันเดินทางเข้าสำรวจโอกาสการลงทุนในพื้นที่แอฟริกาใต้ อย่างเอสวาตินี ในช่วงระหว่างวันที่ 10 – 12 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นอีกครั้งต่อเนื่องจากเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่นายหลินเจียหรง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไต้หวัน ได้รับมอบหมายจากประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อให้ทำห
รมช.อู๋จื้อจงให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียงนานาชาติกรุงปราก โดยเน้นย้ำความสัมพันธ์รูปแบบหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์และความเชื่อมโยงด้านประชาธิปไตย ระหว่างไต้หวัน - เช็ก
เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและความยืดหยุ่นของระบบการบริหารจัดการ คณะกรรมการร่วมภายใต้กรอบความร่วมมือ Global Cooperation and Training Framework (GCTF) ที่เกิดจากการรวมตัวขึ้นของกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ,สถาบันอเมริกาในไต้หวัน , สมาคมแลกเปลี่ยนญี่ปุ่น – ไต้หวัน , สำนักงานตัวแทนรัฐบาลออสเตรเลียประจำกรุงไทเป และสำนักงานการค้าแคนาดาประจำกรุงไทเป พร้อมด้วยกรมพลังงาน ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเศรษฐการไต้หวัน จึงได้จัดการประชุม ภายใต้หัวข้อ “การเสริมสร้างอนาคตแห่งพลังงานที่เปี่ยมความยืดหยุ
กต.ไต้หวันเปิดตัวผลงานวิดีทัศน์ ภายใต้ชื่อ “ไต้หวัน ร่วมหายใจไปพร้อมโลก” ในระหว่างการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 โดยเรียกร้องให้ประชาคมโลกให้การสนับสนุนไต้หวันเข้าร่วมอย่างมีความหมาย
ผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อโลกในไตรมาส 3 ประจำปี 2568 เริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย ขณะที่สหรัฐฯยังคงใช้นโยบายภาษีศุลกากรเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดความไม่แน่นอนต่อระบบการค้าโลก เพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมภายนอก กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน และสำนักงานตัวแทนรัฐบาลไต้หวันประจำต่างประเทศได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่ ในการเสริมสร้างสถานภาพที่สำคัญของไต้หวันในระบบเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ ด้วยการสืบสานแนวคิด “ห่วงโซ่อุปทานที่เป็นอิสระจากการพึ่งพาจีน” (Non – red Supply Chain)”
รมช.เก๋อเป่าเซวียนจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน Ms. Zsuzsanna Hargitai ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเงินวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของ “ธนาคารยุโรปเพื่อการบูรณะและการพัฒนา” (EBRD)
เมื่อช่วงที่ผ่านมา รองประธานาธิบดีเซียวเหม่ยฉิน ได้รับมอบหมายจากประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ให้นำคณะตัวแทนเดินทางเยือนยุโรป เพื่อเข้าร่วม “การประชุมประจำปีของกลุ่มพันธมิตรจีนแห่งรัฐสภาข้ามชาติ” (IPAC) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ที่มีกำหนดการจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยในระหว่างการประชุม รองปธน.เซียวฯ ได้เข้าแสดงปาฐกถาในหัวข้อ “ไต้หวัน : หุ้นส่วนที่เชื่อถือได้ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่พลิกผัน”
งาน World Travel Market (WTM) ซึ่งเป็นมหกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบ B2B ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก มีกำหนดการเปิดฉากขึ้น ณ ศูนย์การประชุม ExCel London ในระหว่างวันที่ 4 – 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในโอกาสนี้ กรมการท่องเที่ยว ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคมไต้หวัน จึงได้จัดรวบรวมคณะตัวแทนด้านการท่องเที่ยวไต้หวัน เดินทางเข้าร่วม เพื่อจัดการประชาสัมพันธ์ทัศนียภาพและเมนูอาหารของไต้หวัน