:::

กต.ไต้หวันเผยแพร่วิดีทัศน์ชุด “กล้าหาญเชื่อมั่น ก้าวทันกระแสโลก” ประจำปี 2019 ขอเชิญชวนประชาชนทั้งในและต่างประเทศร่วมรับชมและแชร์ลงโซเชียล

วิดีทัศน์ประจำนี้ได้ทยอยจัดทำคำบรรยายเป็นภาษาต่างๆ ทั้งหมด 13 ภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย (ภาพจาก กต. ไต้หวัน)

ผู้วิดีทัศน์ประจำนี้ได้ทยอยจัดทำคำบรรยายเป็นภาษาต่างๆ ทั้งหมด 13 ภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย (ภาพจาก กต. ไต้หวัน)

กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน วันที่ 2 ต.ค. 62

 

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) แถลงว่า เพื่อเฉลิมฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และเผยแพร่วัฒนธรรมไต้หวัน ตลอดจนนำเสนอผลสัมฤทธิ์ของนโยบายการต่างประเทศของไต้หวัน ทางกต.ไต้หวันจึงได้จัดทำวิดีทัศน์เพื่อการประชาสัมพันธ์วันชาติไต้หวัน ภายใต้หัวข้อ “กล้าหาญเชื่อมั่น ก้าวทันกระแสโลก” (Brave and Confident : One with the World) ซึ่งมีความยาวกว่า 8 นาที โดยนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับด้านการเมือง เศรษฐกิจ การพัฒนาด้านวัฒนธรรมและผลสัมฤทธิ์ของกิจการทางการทูต ซึ่งนอกจากจะส่งให้สำนักงานตัวแทนไต้หวันในต่างประเทศ  เปิดฉายในงานเลี้ยงฉลองวันชาติไต้หวันแล้ว ยังได้อัพโหลดลงบนเว็บไซด์ เฟซบุ๊กแฟนเพจและ Youtube Channel ของกต.ไต้หวันด้วย เพื่อให้มิตรของไต้หวันทั้งในและต่างประเทศ มีโอกาสรับชมและร่วมแชร์ลงบนโซเชียล

 

 

วิดีทัศน์ประจำปีนี้ นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับไต้หวันใน 4 มุมมอง ประกอบด้วย “ธำรงรักษาประชาธิปไตย ปกป้องเสรีภาพ” (Defending Freedom, Safeguarding Democracy) “เศรษฐกิจนวัตกรรม ยกระดับเทคโนโลยี” (Innovative Economy, Upgraded Technology) “สังคมที่หลากหลาย ยอมรับวัฒนธรรมที่แตกต่าง” (Multifaceted Society, Cultural Acceptance) และ “การทูตที่เป็นรูปธรรม เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน” (Steadfast Diplomacy, Mutual Assistance for Mutual Benefit) ทั้งนี้เพื่อต้องการถ่ายทอดให้เห็นว่า ไต้หวันยังคงยืนหยัดอยู่อย่างกล้าหาญเชื่อมั่น และมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะร่วมเดินหน้าไปพร้อมกับประชาคมโลก ภายใต้บริบทที่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ไม่มีที่สิ้นสุด

 

 

ในด้านการเมือง ไต้หวันธำรงรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยและเสรีภาพ เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนและค่านิยมพื้นฐานของประชาชน เผยให้เห็นถึงเรื่องราวประชาธิปไตยที่ประสบความสำเร็จของไต้หวัน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมเป็นพลังแห่งความดีให้กับโลกใบนี้ และถือเป็นหุ้นส่วนที่ขาดไม่ได้

 

 

ในด้านเศรษฐกิจ ไต้หวันอัดฉีดแรงผลักดันใหม่สู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยได้ผลักดันโครงการ “อุตสาหกรรมนวัตกรรม 5+2” อย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งยกระดับการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมของไต้หวันให้รุดหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป

 

 

ในด้านวัฒนธรรม ไต้หวันได้เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ รวมถึงความหลากหลายและคงไว้ซึ่งเสรีภาพทางศาสนา อีกทั้งยังอนุรักษ์ไว้ซึ่งวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองและเหล่าผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมต่างๆ อาทิ เทศกาลอาหาร เทศกาลโคมไฟและการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลก เพื่อถ่ายทอดให้เห็นว่า สังคมของไต้หวันเปี่ยมไปด้วยซอฟต์พาวเวอร์ที่มีคุณภาพ และพลังแห่งความสดใสอย่างล้นเหลือ

 

 

ในด้านการทูต ไต้หวันเร่งผลักดันการทูตแบบเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้รับผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญหลายประการ อาทิ ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ออกเดินทางเยือนเบลิซ เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ เซนต์ลูเซีย สาธารณรัฐไฮติ เซนต์คิตส์และเนวิส เซนต์ลูเซีย โดยระหว่างการเดินทาง ได้แวะเยือนนครนิวยอร์ก เมืองสแตนฟอร์ด เมืองลอสแอนเจลิส และเมืองฮิวสตันของสหรัฐฯ ทางด้านรองปธน.เฉินเจี้ยนเหริน ได้ออกเดินทางเยือนสันตะสำนัก เพื่อเข้าร่วมพิธีบุญราศีพระคาร์ดินัลผู้ล่วงลับไปแล้ว ทั้งหมด 6 รูป ส่วนนายอู๋เจาเซี่ย รมว.ต่างประเทศ ก็ได้เดินทางไปแสดงปาฐกถา ภายใต้หัวข้อ “การประชุมสุดยอดผู้นำประชาธิปไตย ปี 2019” (2019 Copenhagen Democracy Summit) ยังเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เป็นต้น

 

 

นอกจากนี้ ไต้หวันยังได้พยายามทุกวิถีทางอย่างกระตือรือร้น เพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประชุมสมัชชาอนามัยโลก (WHA) และเครือข่ายสหประชาชาติ (UN) ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า  ไต้หวันได้พยายามกระชับความสัมพันธ์ กับประเทศพันธมิตรและมิตรประเทศในเชิงลึก และต้องการเสริมสร้างความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วน กับประเทศที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกัน รวมถึงได้เข้ามีส่วนร่วมในองค์กรระหว่างประเทศอย่างกระตือรือร้น ซึ่งล้วนแล้วแต่มีพัฒนาการที่สำคัญ

 

 

วิดีทัศน์ประจำปีนี้ ได่จัดทำคำบรรยายเป็นภาษาต่างๆ ทั้งหมด 13 ภาษา ประกอบด้วย จีน อังกฤษ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมัน รัสเซีย สเปน อิตาลี อาหรับ โปรตุเกส อินโดนีเซีย เวียดนาม และไทย ซึ่งในส่วนของภาษาไทย สามารถรับชมได้ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้ https://www.youtube.com/watch?v=IxOF-oJhYbc&list=PLnCzJTTEtULC4cr9ihDy9UBusRNTsHfe8&index=12 และขอใช้โอกาสนี้ เชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกท่าน รับชมและร่วมแชร์วิดีทัศน์ดังกล่าว ให้ประจักษ์สู่สายตานานาชาติมากขึ้น