:::

รมว.ต่างประเทศ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ตอบรับคำเชิญของสมาคม ECFR คลังสมองที่สำคัญของยุโรป เข้าร่วมแสดงปาฐกถา ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

New Southbound Policy。เมื่อวันที่ 9 ก.ค. นายอู๋เจาเซี่ย รมว.ต่างประเทศ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ตอบรับคำเชิญของสมาคม ECFR คลังสมองที่สำคัญของยุโรป เข้าร่วมแสดงปาฐกถา ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (ภาพจาก ECFR)
เมื่อวันที่ 9 ก.ค. นายอู๋เจาเซี่ย รมว.ต่างประเทศ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ตอบรับคำเชิญของสมาคม ECFR คลังสมองที่สำคัญของยุโรป เข้าร่วมแสดงปาฐกถา ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (ภาพจาก ECFR)

MOFA วันที่ 10 .. 63

 

เมื่อวันที่ .นายอู๋เจาเซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวันได้ตอบรับคำเชิญของ “สมาคมความสัมพันธ์ทางการทูตในยุโรป” (European Council on Foreign Relations, ECFR) คลังสมองที่สำคัญของภูมิภาคยุโรป ที่ตั้งอยู่ในกรุงเบอร์ลินของเยอรมนี โดยรมวอู๋ฯ ได้เข้าร่วมแสดงปาฐกถาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ภายใต้หัวข้อ “เล็งเห็นแนวทางการธำรงรักษาประชาธิปไตยทั่วโลก ผ่านประสบการณ์การสกัดกั้นโรคระบาดของไต้หวัน” ในระหว่างการประชุม รมว.อู๋ฯ ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และปัจจัยสำคัญที่ทำให้การป้องกันโรคระบาดของไต้หวันประสบความสำเร็จ อีกทั้งบรรยายให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างรูปแบบไต้หวันและ “การประชาสัมพันธ์ตัวเองในวงกว้าง” ของจีน ตลอดจนเรียกร้องให้พันธมิตรที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกัน ร่วมจับมือปกป้องค่านิยมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน และประสานความร่วมมือระหว่างกันในเชิงลึกต่อไป


 

การประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในครั้งนี้ มี Dr. Janka Oertelผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาโครงการเอเชียของสมาคม ECFR ทำหน้าที่เป็นประธาน โดยมีนักการเมือง เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ของประเทศต่างๆ ในยุโรปเข้าร่วมรับฟังผ่านช่องทางออนไลน์ หลังเสร็จสิ้นการแสดงปาฐกถาแล้ว รมว.อู๋ฯ ได้ตอบข้อสงสัยของผู้เข้าร่วมการประชุม โดยได้ชี้แจงถึงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่ไต้หวันมีต่อสถานการณ์ทั่วโลก อาทิ สถานการณ์ในฮ่องกง การขยายอิทธิพลของจีน ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวัน – สหรัฐอเมริกา และความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวัน – ยุโรป ซึ่งบรรยากาศการประชุมหารือเป็นไปอย่างคึกคัก รมวอู๋ฯ เน้นย้ำว่า การข่มขู่ของจีนนอกจากจะเป็นปัญหาระดับภูมิภาคแล้ว ประชาคมโลกที่ยึดหลักประชาธิปไตยก็จำเป็นต้องร่วมเผชิญหน้าด้วย และมิสามารถยอมจำนนต่ออำนาจเผด็จการได้ ซึ่งฮ่องกงถือเป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน รมว.อู๋ฯ ชี้ว่า ไต้หวันเป็นประเทศแนวหน้าในการต่อกรกับจีน ซึ่งควรค่าแก่การที่ทั่วโลกจะจับตาและให้การสนับสนุน อนึ่ง ไต้หวันให้คำมั่นว่าพวกเราจะเป็นพลังแห่งความดีให้แก่ประชาคมโลกต่อไป ขณะเดียวกัน ก็จะเสริมสร้างความร่วมมือในเชิงลึกกับพันธมิตรที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกันต่อไป


 

การแสดงปาฐกถาของรมว.อู๋ฯ ในครั้งนี้ นับเป็นการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ครั้งที่ 11 ภายใต้หัวข้อ “ช่วงกักตัว ความตระหนักรู้ในช่วงเวลาแห่งวิฤตโควิด - 19” (Thinking Big in Times of Covid – 19) ซึ่งการประชุมในครั้งก่อนหน้านี้ ได้รับเชิญนักการเมืองของประเทศต่างๆ มาเป็นผู้บรรยายหลัก ประกอบด้วย Mr. Carl Bildt อดีตนายกรัฐมนตรีของราชอาณาจักรสวีเดน Ms. Arancha Gonzalez รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของราชอาณาจักรสเปน และ Ms. Ann Linde รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของราชอาณาจักรสวีเดน เป็นต้น


 

สมาคม ECFR ได้ถูกจัดตั้งขึ้นในปี 2007 ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างนักการเมืองในยุโรปหลายท่าน อาทิ Mr. Joschka Fischer อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี Mr. Martti Ahtisaari อดีตประธานาธิบดีของสาธารณรัฐฟินแลนด์ รวมถึงอดีตนายกรัฐมนตรีของสาธารณรัฐอิตาลี ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม และสาธารณรัฐเอสโตเนีย เป็นต้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อวิจัยนโยบายทางการทูตและความมั่นคงในภูมิภาคยุโรป โดยได้มีการจัดตั้งสำนักงานย่อย ECFR ขึ้นในเมืองหลวงของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคยุโรป ถือเป็นคลังสมองที่สำคัญของยุโรป มีจำนวนสมาชิกทั้งหมด 350 คน ในจำนวนนี้ประกอบด้วย ผู้นำคนปัจจุบันหรืออดีตผู้นำที่หมดวาระการดำรงตำแหน่งแล้ว คณะรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ภาครัฐระดับสูง สมาชิกรัฐสภา และผู้นำด้านอุตสาหกรรม วิชาการ สื่อมวลชน และกิจการพลเรือน เป็นต้น กล่าวโดยสรุปคือ สมาคม ECFR นับเป็นองค์กรที่มีชื่อเสียงและมีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างมาก