:::

TAITRA จัด “การเจรจาธุรกิจและประชาสัมพันธ์แบรนด์แฟรนไชส์ไต้หวันแก่ผู้ซื้อในประเทศอาเซียน ปี 2020”

New Southbound Policy。เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา TAITRA ได้จัด “การเจรจาธุรกิจและประชาสัมพันธ์แบรนด์แฟรนไชส์ไต้หวันแก่ผู้ซื้อในประเทศอาเซียน ปี 2020” เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในประเทศอาเซียน (ภาพจาก TAITRA)
เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา TAITRA ได้จัด “การเจรจาธุรกิจและประชาสัมพันธ์แบรนด์แฟรนไชส์ไต้หวันแก่ผู้ซื้อในประเทศอาเซียน ปี 2020” เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในประเทศอาเซียน (ภาพจาก TAITRA)

สาระสำคัญของเนื้อข่าว :
♦ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา กรมการค้าระหว่างประเทศ (BOFT) และสภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน (TAITRA) ได้ร่วมกันจัด “การเจรจาธุรกิจและประชาสัมพันธ์แบรนด์แฟรนไชส์ไต้หวันแก่ผู้ซื้อในประเทศอาเซียน ปี 2020” ขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์

♦ จากสถิติในปี 2020 ชี้ว่า มีแบรนด์แฟรนไชส์ของไต้หวันทั่วประเทศเกือบ 3,000 ราย จึงอาจกล่าวได้ว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ของไต้หวันมีความหนาแน่นเป็นอันดับ 1 ของโลก

♦ แม้ว่าในปี 2020 จะได้รับผลกระทบจากโรคโควิด – 19 แต่ TAITRA ก็ยังคงวางแผนกิจกรรมการตลาดในรูปแบบไฮบริดทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมประชาสัมพันธ์แบรนด์ไต้หวันต่อผู้ซื้อต่างชาติ การเจรจาธุรกิจออนไลน์ รวมไปจนถึงการจัดสัมมนาแนะนำธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น
-------------------------------------------
TAITRA วันที่ 3 ธ.ค. 63

 

การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด – 19) ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดิ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเป็นอันดับต้นๆ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา กรมการค้าระหว่างประเทศ (BOFT) และสภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน (TAITRA) ได้ร่วมกันจัด “การเจรจาธุรกิจและประชาสัมพันธ์แบรนด์แฟรนไชส์ไต้หวันแก่ผู้ซื้อในประเทศอาเซียน ปี 2020” (Taiwan Franchise Brands Live Stream Seminar & Online Matchmaking Meetings) ขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ โดยแบรนด์แฟรนไชส์ของไต้หวันได้ผลัดกันขึ้นบรรยายเพื่อแนะนำเอกลักษณ์และข้อได้เปรียบในการทำธุรกิจแฟรนไชส์กับแบรนด์ของตน พร้อมหวังว่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการไต้หวันสามารถแสวงหาโอกาสธุรกิจใหม่ผ่านรูปแบบดิจิทัล ในช่วงการระบาดของโควิด – 19 ในครั้งนี้

 

การเจรจาธุรกิจในครั้งนี้ได้มีการถ่ายทอดสัญญาณสดผ่าน Youtube ในรูปแบบสองภาษา ทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ซึ่งสามารถดึงดูดให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศและผู้ประกอบการไต้หวันเข้าร่วมเป็นจำนวน 136 คน อีกทั้งประสบความสำเร็จในการเชิญให้ผู้ซื้อจาก 16 บริษัทใน 7 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม และกัมพูชา มาร่วมพูดคุยหารือเพื่อแสวงหาโอกาสธุรกิจผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับผู้ประกอบการแบรนด์แฟรนไชส์ของไต้หวันรวม 6 บริษัท คือ CoCo , happylemon , Mr.Sun , NUTTEA Nut Mylk Tea เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ธุรกิจประเภทเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมในไต้หวัน

 

ทั้งนี้ ไต้หวันถือเป็นแหล่งกำเนิดของแบรนด์ร้านอาหารและเครื่องดื่มเชิงสร้างสรรค์ การที่ชานมไข่มุกของไต้หวันมีชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลก และได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ถือเป็นตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน นางจางหย่าฉาน รองผู้อำนวยการศูนย์ธุรกิจบริการของ TAITRA กล่าวว่า จากสถิติในปี 2020 ชี้ว่า มีแบรนด์แฟรนไชส์ของไต้หวันทั่วประเทศเกือบ 3,000 ราย จึงอาจกล่าวได้ว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ของไต้หวันมีความหนาแน่นเป็นอันดับ 1 ของโลก ภายใต้ความพยายามในการบริหารกิจการมานานหลายปีของผู้ประกอบการแบรนด์แฟรนไชส์ไต้หวัน ทำให้สามารถสั่งสมประสบการณ์ได้ไม่น้อย และก่อให้เกิดเป็นเทคโนโลยีและความสามารถในการบริหารที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่งผลให้มีแบรนด์แฟรนไชส์ของไต้หวันจำนวนมากสามารถประสบความสำเร็จในการขยายตลาดสู่นานาชาติ

 

ในการเจรจาธุรกิจครั้งนี้ มีผู้ซื้อชาวไทยที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์พลาสติก และมีความสนใจในธุรกิจร้านอาหารเป็นอย่างสูง โดยผู้ซื้อรายนี้ได้ขอซื้อแบรนด์แฟรนไชส์เครื่องดื่มชาของไต้หวันผ่านตัวแทนที่รับผิดชอบการบริหารตลาดในไทย และเนื่องจากผู้ซื้อรายนี้ได้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับร้านอาหารมาเป็นเวลานาน จึงมีความตั้งใจที่จะเจรจาเพื่อขอเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับแบรนด์เครื่องดื่มชาไต้หวันหลายรายในครั้งนี้ โดยหวังว่าจะมีโอกาสนำแบรนด์เครื่องดื่มชาของไต้หวันขยายตลาดเข้าสู่ประเทศไทยได้มากขึ้น

 

นอกจากนี้ ยังมีผู้ซื้อชาวสิงคโปร์ที่เป็นเจ้าของกิจการร้านอาหารจีน 3 แห่ง ซึ่งต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารธุรกิจให้ดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น จึงหวังที่จะใช้แบรนด์เครื่องดื่มของไต้หวัน มาดึงดูดความสนใจจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยยังมีผู้ประกอบการส่งออกผลไม้และวัตถุดิบจากมาเลเซีย ที่มีกิจการซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นของตนเอง และอยู่ในระหว่างการเตรียมการขยายตลาดเครื่องดื่มในมาเลเซีย  ไทย และเวียดนาม จึงหวังที่จะร่วมเจรจาเพื่อแสวงหาแนวทางในการประสานความร่วมมือกับแบรนด์แฟรนไชส์ที่มีคุณภาพของไต้หวัน ซึ่งหลังจากที่ผ่านการฟังบรรยายในช่วงเช้าและเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจในช่วงบ่าย บรรดาผู้ซื้อจากต่างประเทศต่างมีความเข้าใจต่อการเป็นตัวแทนของแบรนด์แฟรนไชส์เครื่องดื่มของไต้หวันมากยิ่งขึ้น และต่างก็หวังที่จะสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการไต้หวันโดยเร็ว

 

แม้ในปี 2020 จะได้รับผลกระทบจากโรคโควิด – 19 จนส่งผลให้กิจกรรมในการขยายตลาดนานาชาติไม่สามารถจัดขึ้นตามกำหนดการเดิมได้ แต่ TAITRA ก็ยังคงวางแผนกิจกรรมการตลาดในรูปแบบไฮบริดทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมประชาสัมพันธ์แบรนด์ไต้หวันต่อผู้ซื้อต่างชาติ การเจรจาธุรกิจออนไลน์ รวมไปจนถึงการจัดสัมมนาแนะนำธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการในการสร้างเข้าใจต่อแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก และแสวงหาโอกาสในการขยายโอกาสธุรกิจ ในช่วงที่เกิดการระบาดของโรคโควิด – 19 เช่นนี้