ช้ามไปยังส่วนข้อมูลหลัก
ความพิถีพิถันของเครื่องดื่มแต่ละแก้ว เครื่องดื่มมือเขย่าไต้หวันได้รับ ความนิยมไปทั่วโลก
แหล่งที่มาของข้อมูล Taiwan Panorama
2023-08-21

คนไต้หวันปลูกชา ผลิตชา และใช้ความคิดสร้างสรรค์พัฒนาออกมาเป็นเครื่องดื่มมือเขย่าที่มีกระแสนิยมไปทั่วโลก

คนไต้หวันปลูกชา ผลิตชา และใช้ความคิดสร้างสรรค์พัฒนาออกมาเป็นเครื่องดื่มมือเขย่าที่มีกระแสนิยมไปทั่วโลก
 

ตามตรอกซอกซอยของไต้หวัน เดินไปไม่กี่ก้าวก็จะมีร้านจำหน่ายเครื่องดื่มมือเขย่า ซึ่งแต่ละร้านล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะ จึงทำให้เครื่องดื่มที่ทำออกมามีการผสมผสานความคิดสร้างสรรค์เข้าไปด้วย มาดูกันดีกว่า ว่าเครื่องดื่มมือเขย่าของไต้หวันถือกำเนิดขึ้นมาบนผืนแผ่นดินนี้และแผ่ขยายไปทั่วโลกได้อย่างไร?

 

จากข้อมูลสถิติของกระทรวงเศรษฐการไต้หวันพบว่า ในปี พ.ศ. 2565 ร้านจำหน่ายเครื่องดื่มในไต้หวันมีผลประกอบการรวมกว่า 1 แสนล้านเหรียญไต้หวัน ขณะที่ข้อมูลจำนวนบริษัทที่แสวงหาผลกำไร ซึ่งประกาศโดยกระทรวงการคลังไต้หวันพบว่า จนถึงเดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2564 ทั่วไต้หวันมีร้านจำหน่ายเครื่องดื่มมากกว่า 28,000 แห่ง ความหนาแน่นของร้านเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก

สำหรับคนไต้หวันซึ่งเป็นทั้งผู้ที่ปลูกชา ผลิตชาและนิยมดื่มชาด้วยนั้น มีความคุ้นเคยกับการชงชาและดื่มชาร้อนมาเป็นเวลานาน แล้วเพราะเหตุใดเครื่องดื่มแบบเย็นจึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา และยังมีการใส่ท็อปปิงชนิดต่าง ๆ เพิ่มเติมลงไปอีก จนกลายมาเป็นเสน่ห์แห่งรสชาติที่มีความหลากหลาย

 

แรงปะทะของรสชาติ

คุณหลิวฮั่นเจี้ย (劉漢介) ผู้ก่อตั้งชุนสุ่ยถัง (Chun Shui Tang) เฝ้ามองบิดาที่เป็นหมอซึ่งมักจะมีความกังวลใจเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยของคนไข้มาโดยตลอด มีเพียงแค่เวลาที่ชงชาเท่านั้น จึงจะได้เห็นรอยยิ้มที่ผ่อนคลายของพ่อปรากฏออกมา และนั่นก็ทำให้เขามีภาพจำติดอยู่ในใจว่า “การดื่มชาเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุด”

คุณหลิวฮั่นเจี้ยผู้หลงใหลในชา ได้ไปเยี่ยมชมแหล่งผลิตชาตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับชาอย่างเจาะลึก คุณหลิวฮั่นเจี้ยเห็นว่า จากมุมมองในสองมิติคือมุมมองทางประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ ธุรกิจเกี่ยวกับชา เป็นธุรกิจที่ดีและสามารถดำเนินธุรกิจให้มีความยั่งยืนได้ แน่นอนว่าในการรับรู้สำหรับชาวจีน การชงชาจะมีอุปกรณ์และพิธีการที่ซับซ้อน จึงเป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้น ขณะที่กลุ่มคนหนุ่มสาวมักเลือกจะไปร้านขายน้ำแข็งไสผลไม้ หรือร้านอาหารตะวันตก เพื่อดื่มเครื่องดื่มเย็นกับดื่มน้ำอัดลม ดังนั้นจึงกลายเป็นบททดสอบว่าจะทำให้เครื่องดื่มชา กลับเข้าไปสู่วิถีชีวิตของกลุ่มคนหนุ่มสาวได้อย่างไร

มีครั้งหนึ่งที่คุณหลิวฮั่นเจี้ยเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่น เพื่อนของเขาได้สั่งกาแฟเย็น ซึ่งตอนนั้นเห็นบาริสต้าใช้เครื่องดริฟกาแฟอย่างบรรจงเพื่อดริฟกาแฟออกมา จากนั้นจึงนำกาแฟใส่ลงไปในกระบอกเชค เติมน้ำแข็งตามลงไป และทำการเขย่าจนกลายเป็นกาแฟเย็นออกมา คุณหลิวฮั่นเจี้ยหวังว่า บาริสต้าจะใช้วิธีการเดียวกันชงชาดำเย็น แต่กลับถูกบาริสต้าปฏิเสธ ด้วยเหตุผลว่าชาดื่มได้แต่แบบร้อนเท่านั้น ด้วยความที่เขาเป็นคนไม่ยอมแพ้ ทำให้เมื่อกลับมาถึงไต้หวัน จึงใช้กระบอกเชคมาทดลองคิดค้นการทำชาดำด้วยตนเอง

ในปี พ.ศ. 2526 คุณหลิวฮั่นเจี้ยได้เปิดร้านขายชาหยางเสี้ยน ซึ่งนอกจากมีการจำหน่ายชุดอุปกรณ์ชาต่าง ๆ แล้ว ยังมีเคาน์เตอร์บาร์เล็ก ๆ สำหรับจำหน่ายชาชงแบบมือเขย่า กระบอกเชคโดยเฉพาะ ปรากฏว่าชาแบบเย็นได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี และทำให้เคาน์เตอร์บาร์เครื่องดื่มเย็นเล็ก ๆ ของร้านชาหยางเสี้ยนเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นเมื่อเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจของเครื่องดื่มชาแบบเย็น เขาจึงตัดสินใจซื้อหน้าร้านแห่งหนึ่งบนถนนซื่อเหวย นครไทจง และก่อตั้งชุนสุ่ยถังขึ้น ถือเป็นการพลิกโฉมรูปแบบการดื่มชาของไต้หวันนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
 

Milksha เน้นเครื่องดื่มผสม นมสดเป็นหลัก จึงเป็นการเปิดโอกาสอีกด้านหนึ่งให้กับตลาดเครื่องดื่มมือเขย่า

Milksha เน้นเครื่องดื่มผสม นมสดเป็นหลัก จึงเป็นการเปิดโอกาสอีกด้านหนึ่งให้กับตลาดเครื่องดื่มมือเขย่า
 

เสน่ห์อันน่าหลงใหลของเครื่องดื่มชาแบบมือเขย่า

แม้จะเป็นเครื่องดื่มที่มีลักษณะเหมือนกับชาดำใส่น้ำแข็ง แต่การชงโดยใช้มือเขย่าด้วยกระบอกเชคทำให้มีอะไรที่แตกต่างออกไปเช่นนั้นหรือ คุณหลิวเยี่ยนหลิง (劉彥伶) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการเครือบริษัทชุนสุ่ยซิ่งเย่ (Chun Shui Tea Group) อธิบายว่า การใช้กระบอกเชคเขย่าจะทำให้ก้อนน้ำแข็งและชาหลอมรวมเข้าด้วยกัน ระหว่างการเขย่าชาจะทำให้เกิดฟองออกมา โครงสร้างและรสชาติของชาจึงเปลี่ยนแปลงไป ความละเอียดหนาแน่นของฟองทำให้เครื่องดื่มชามีระดับชั้นของรสสัมผัสเพิ่มขึ้น ซึ่งนั่นคือเสน่ห์ของเครื่องดื่มมือเขย่าที่ดึงดูดให้ผู้คนหลงใหล

จนถึงวันนี้ เครื่องดื่มมือเขย่ากลายเป็นวัฒนธรรมเครื่องดื่มของไต้หวันที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ยิ่งเป็นเมนูชานมไข่มุกยิ่งคลาสสิค คุณหลิวเยี่ยนหลิงซึ่งมีฐานะเป็นผู้สืบทอดชุนสุ่ยถังรุ่นที่ 2 กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า หลายคนคิดว่าชานมไข่มุกเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นมาด้วยความบังเอิญ แต่ความจริงแล้วคุณพ่อได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวในประวัติศาสตร์ เพราะคนในสมัยโบราณมีการนำเอาวัตถุดิบต่าง ๆ เช่น ผลไม้เชื่อม ผักชี ใส่ลงไปในน้ำชา คุณหลิวฮั่นเจี้ยจึงขอให้เพื่อนร่วมงานพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มส่วนผสมอื่น ๆ ลงไปในเครื่องดื่มชาสมัยใหม่ ผลปรากฏว่าคุณหลินซิ่วฮุ่ย (林秀慧) ผู้จัดการร้านในขณะนั้น ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาของเครือบริษัทชุนสุ่ยซิ่งเย่ ได้ทดลองเอาเม็ดไข่มุกที่ตนเองชื่นชอบใส่ลงไปในชานม โดยคิดไม่ถึงว่าเป็นอะไรที่เข้ากันได้อย่างลงตัว คุณหลิวเยี่ยนหลิงกล่าวว่า ในตอนนั้นได้นำท็อปปิงทั้งหมดที่มีในร้านขายน้ำแข็งไสมาทดลองแล้วหนึ่งรอบ ซึ่งคุณสมบัติเฉพาะที่มีอยู่ในเนื้อสัมผัสของเม็ดไข่มุก เป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับใส่ลงไปในเครื่องดื่มมือเขย่า “ดังนั้นชานมไข่มุกจึงมีที่มาที่ไปที่ชัดเจน”

 

พื้นที่สุนทรียะสำหรับการสรรสร้างเครื่องดื่ม

สำหรับคุณหลิวฮั่นเจี้ย โรงน้ำชาเปรียบเสมือนสวรรค์บนดินของผู้คนและเป็นดังสวนดอกท้อที่อยู่กลางเมือง จึงหวังให้ชื่อของชุนสุ่ยซึ่งเป็นเหมือนตัวแทนของการต้อนรับแขกที่มาเยือน ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งในยุคสมัยปัจจุบัน

ด้วยเหตุนี้คุณหลิวฮั่นเจี้ยจึงสร้างบรรยากาศของโรงน้ำชาให้มีความโรแมนติก โดยเมื่อก้าวเข้าไปในชุนสุ่ยถัง ก็จะเห็นผลงานเขียนพู่กันจีนว่า “茶經 (อ่านว่า ฉาจิง) ความคลาสสิคของชา” แขวนอยู่ภายในร้าน บนกำแพงตกแต่งด้วยภาพถ่ายหรือภาพวาด และยังมีแจกันดอกไม้สดประดับอยู่ตามมุมต่าง ๆ ของร้านเหมือนไม่ได้ตั้งใจ นั่งลงบนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งที่มีโต๊ะไม้เข้าชุดกัน ลิ้มรสเครื่องดื่มมือเขย่า พร้อม ๆ กับสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมตะวันออก

ชุนสุ่ยถังทำให้เกิดกระแสนิยมเครื่องดื่มมือเขย่าในไต้หวัน ส่วนชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่ต้องลิ้มลองเมื่อเดินทางมาเยือนไต้หวัน และเพื่อให้ผู้คนเข้าใจถึงวัฒนธรรมเครื่องดื่มมือเขย่าของไต้หวันมากขึ้น ชุนสุ่ยถังจึงจัดกิจกรรม DIY ชานมไข่มุก โดยจะแนะนำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการชงชา และการทำไข่มุก ฯลฯ ซึ่งทุกคนจะได้ฝึกการชงชาด้วยตัวเอง โดยใช้กระบอกเชคเพื่อเขย่าชาดำจนเกิดฟอง และทำชานมไข่มุก ช่วยให้ทุกคนมีความเข้าใจถึงเบื้องหลังของเครื่องดื่มมือเขย่าแต่ละแก้วอย่างถ่องแท้มากขึ้น
 

อุตสาหกรรมเครื่องดื่มมือเขย่าของไต้หวันที่กำลังเฟื่องฟู ทำให้ทั้งเครื่องดื่ม รูปลักษณ์ภายนอกของบรรจุภัณฑ์ และการตกแต่งหน้าร้าน ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความละเอียดประณีตมากขึ้น

อุตสาหกรรมเครื่องดื่มมือเขย่าของไต้หวันที่กำลังเฟื่องฟู ทำให้ทั้งเครื่องดื่ม รูปลักษณ์ภายนอกของบรรจุภัณฑ์ และการตกแต่งหน้าร้าน ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความละเอียดประณีตมากขึ้น
 

ความใส่ใจที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม

ไม่ว่าจะเดินเข้าไปในร้านเครื่องดื่มมือเขย่าแบรนด์ไหนก็ตาม ทุกแบรนด์ล้วนมีรายการเครื่องดื่มชาที่ผสมนมสดจำหน่าย แม้ตอนนี้ดูจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่เมื่อสิบกว่าปีก่อนถือเป็นสิ่งที่หาดื่มได้ยากจริง ๆ แบรนด์ Milksha ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2547 โดยมีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผสมนมสดเป็นเมนูชูโรง ได้สร้างโอกาสในการเปิดตลาดใหม่ให้กับธุรกิจเครื่องดื่มมือเขย่า หวงซื่อเว่ย (黃士瑋) ผู้จัดการ Milksha กล่าวว่า ในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า แต่กลับไม่ได้ใส่ใจถึงเรื่องของคุณภาพผลิตภัณฑ์ ทำให้แบรนด์ที่เน้นผลิตภัณฑ์นมสดเป็นหลักถือว่าค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่จะทำอย่างไรให้ ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินซื้อในราคาที่แพงขึ้นอีก 40% เป็นประเด็นที่ทาง Milksha ต้องนำไปคิดพิจารณา

คุณหวงซื่อเว่ยได้นำเสนอวิธีการแก้ปัญหา คือยังคงยืนหยัดในคุณภาพของเครื่องดื่มมือเขย่าไว้ต่อไป พร้อมกับทำการยกระดับปรับปรุงภาพลักษณ์ของหน้าร้าน เพื่อให้คนรู้สึกถึงความคุ้มค่าที่สอดคล้องไปด้วยกัน เพราะร้านค้าส่วนใหญ่เลือกใช้เหล็กสเตนเลสที่มีอยู่ทั่วไปมาทำเป็นเคาน์เตอร์หน้าร้าน ขณะที่ Milksha เลือกใช้วัสดุพื้นผิวไม้ สีเขียว สีเทา และสีโทนธรรมชาติอื่น ๆ มาผสมผสานในการออกแบบร้านร่วมกัน

Milksha ยึดมั่นในหลักการวัตถุดิบจากธรรมชาติมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง โดยได้คิดค้นพัฒนาไข่มุกสีขาวที่ปราศจากสีและไร้สารกันบูดตั้งแต่แรก ๆ จนกระทั่งมีเทรนด์โลกคือ “ส่งตรงจากแหล่งผลิตสู่โต๊ะอาหาร” Milksha ก็มีแนวทาง “ส่งตรงจากแหล่งผลิตสู่แก้ว” โดยเน้นย้ำที่คุณภาพดั้งเดิมของอาหาร อาทิ เมนู เครื่องดื่มที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน อย่าง “เผือกนมสด” ก็จะดำเนินการจัดส่งเผือกสดให้แก่แต่ละสาขา เพื่อให้ลงมือทำการต้มและบดเผือกที่หน้าร้านสด ๆ ทุกวัน แล้วจึงค่อยทำการเติมนมสดลงไป คุณหวงซื่อเว่ยย้ำว่า น้ำตาลทรายแดงก็ให้แต่ละสาขาเคี่ยวเอง “ดื่มแล้วจะได้กลิ่นหอมไหม้ที่เกิดจากการเคี่ยว ซึ่งมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร”

คุณหวงซื่อเว่ยหัวหน้าทีมของ Milksha นำเอาแนวคิดเกี่ยวกับการทำเครื่องดื่มให้กับเด็กมาใช้ จึงเลือกทำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีทั้งความปลอดภัยและความอร่อย กระทั่งเมื่อเข้าสู่ยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น พัฒนาการของ Milksha ก็ยิ่งมีความก้าวหน้ามั่นคงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนมีสาขาทั่วไต้หวันกว่า 260 แห่ง อีกทั้งปีนี้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์ 2 รายการคือ เผือกนมสดและโกโก้วาลโรห์นาแท้นมสด ก็ยังได้รับรางวัลการันตีคุณภาพจาก Three Stars at the A.A. Taste Awards อีกด้วย

 

เห็นการออกแบบของไต้หวันจากผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม

อุตสาหกรรมเครื่องดื่มมือเขย่ามีแนวโน้มความประณีตมากขึ้น ดังนั้นไม่เพียงแค่อร่อยและมาจากธรรมชาติ แต่ยังต้องดูดีด้วย

แบรนด์เครื่องดื่มมือเขย่า “Chun Fun How” ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2557 โดยมาพร้อมกับการออกแบบตัวแก้วที่สวยงามสะดุดตาจนดึงดูดความสนใจได้ทั้งจากในและต่างประเทศ คุณหลินจวิ้นเฉิง (林峻丞) และคุณหลี่ก้วนเสวียน (李冠璇) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ไม่ได้มองเพียงแค่การพัฒนาตัวเครื่องดื่มเท่านั้น แต่มองไปถึงเรื่องของการสร้างแบรนด์ว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้ Chun Fun How ของไต้หวันก้าวไปสู่ระดับโลกได้

Chun Fun How ต้องการให้เครื่องดื่มของทางร้านนำเสนอทั้งรสชาติที่ดีและมีสีสวยชวนดื่ม จึงออกแบบแก้วเป็นลายดอกไม้ เพื่ออวยพรให้คนที่ดื่มเครื่องดื่มรู้สึกสดชื่นแจ่มใสจิตใจเบิกบาน อาทิ แก้วลายดอกท้อ ก็คืออวยพรให้เป็นที่รักใคร่ชอบพอ ทำผลงานยอดขายได้ดีตามเป้า

ทั้งคู่มีความชื่นชอบในวัฒนธรรมท้องถิ่น จึงคิดทำแก้วที่มีลวดลายเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ ของไต้หวัน อย่างเช่น หมีดำไต้หวัน กวางซีกา หมูป่า และลวดลายสัญลักษณ์พื้นเมืองต่าง ๆ อาทิ โทเทมของกลุ่มชนพื้นเมือง คุณหลินจวิ้นเฉิงเกิดที่นครไถหนาน ดังนั้นด้วยความสำนึกรักบ้านเกิด จึงได้คิดค้นพัฒนาแก้วที่มีลวดลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในนครไถหนาน อาทิ ป้อมปราการโบราณอันผิง (Anping Old Fort) และวัดขงจื๊อ หลิน จวิ้นเฉิงกล่าวว่า แก้วรุ่นนี้มีกลิ่นอายของไต้หวัน จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในสาขาที่ต่างประเทศ

ทุกครั้งที่มีการเปิดร้านในต่างประเทศ ก็ต้องทำการออกแบบแก้วที่มีลวดลายองค์ประกอบของท้องถิ่นนั้น ๆ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง อาทิ แก้ว Hong Kong’s Central District ที่มี องค์ประกอบเป็นรถรางฮ่องกง ป้ายตามถนนหนทาง และโรงจำนำ โดยใช้พื้นแก้วเป็นสีดำตัดด้วยลายเส้นดอกไม้สีทอง เพื่อทำให้แก้วเต็มไปด้วยเนื้อสัมผัสที่ทรงคุณค่า แก้วรุ่นต่าง ๆ ล้วนถูกนำมาสลับสับเปลี่ยนกันใช้ภายในร้านของ Chun Fun How ดังนั้นทุกครั้งที่ดื่มเครื่องดื่มก็จะเต็มไปด้วยความแปลกใหม่
 

เครื่องดื่มมือเขย่าของไต้หวันพัฒนาอย่าง ต่อเนื่อง มีการผสมผสานนมสด น้ำผลไม้ และวัตถุดิบในท้องถิ่น เพื่อสร้างสรรค์รสชาติให้มีความหลากหลายมากขึ้น

เครื่องดื่มมือเขย่าของไต้หวันพัฒนาอย่าง ต่อเนื่อง มีการผสมผสานนมสด น้ำผลไม้ และวัตถุดิบในท้องถิ่น เพื่อสร้างสรรค์รสชาติให้มีความหลากหลายมากขึ้น
 

เครื่องดื่มมือเขย่าของไต้หวันก้าวสู่ระดับสากล

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แบรนด์เครื่องดื่มมือเขย่าของไต้หวันได้ขยายออกไปสู่ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น Chun Shui Tang โรงน้ำชาที่เน้นความพิถีพิถันและใส่ใจในรายละเอียดของวัฒนธรรมการให้บริการ ได้ไปเปิดสาขาในญี่ปุ่นกับฮ่องกง ด้าน Chun Fun How ก็ใช้แก้วชาที่มีความประณีตงดงามและ เครื่องดื่มยอดนิยมอย่างชาลิ้นจี่จักรพรรดิผสมว่านหางจระเข้ (Lychee Jade Tea with Aloe Vera) ในการดึงดูดตัวแทนจำหน่ายจากต่างประเทศทั้งสิงคโปร์ แวนคูเวอร์ และอังกฤษ ให้เข้ามาเจรจาหารือทางธุรกิจร่วมกัน ขณะที่ Milksha นอกจากจะมีสาขาตั้งอยู่ในต่างประเทศที่ฮ่องกง อังกฤษ ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์แล้ว ยังได้ร่วมมือกับ Jollibee เครือบริษัทอาหารข้ามชาติของประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อขยายธุรกิจไปยังสหรัฐอเมริกา และทำให้เครื่องดื่มมือเขย่าของไต้หวันก้าวไป ข้างหน้าได้อย่างกว้างไกลยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมลิ้มลองรสชาติแห่งความสุขของชีวิตในแก้วนี้ด้วยกัน

 

เพิ่มเติม

ความพิถีพิถันของเครื่องดื่มแต่ละแก้ว เครื่องดื่มมือเขย่าไต้หวันได้รับ ความนิยมไปทั่วโลก